ท่อพีอีเกษตร PN 2.5 และ PN 4

Previous slide
Next slide

ผลิตภัณฑ์ uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) หรือ พีวีซีแข็ง (Rigid PVC) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้งานเกษตร

มีคุณสมบัติ  
– เนื้อเหนียว ไม่แตกง่าย
– ข้อต่อและอุปกรณ์ครบครัน
– ทนต่อสภาพแวดล้อม
– หาซื้อง่ายและน้ำหนักเบา
– น้ำไหลเสมอ ไม่เกิดตะกอน
– รับความความดันใช้งานสูงสุดตามมาตรฐาน 4 บาร์
– มาตรฐาน มอก.999-2533 ใช้งานได้อย่างมั่นใจ

สอบถามเพิ่ม ได้ที่เพจ คลังกระเบื้อง

ท่อ PE ผลิตจากสารโพลิเอทิลีน (Polyethylene) ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกเอทิลีนเป็นสารตั้งต้น ซึ่งเป็นผลผลิตมาจากปิโตรเลียม ซึ่งท่อ PE ที่ผลิตจากสารโพลิเอทิลีนมีความหนาแน่นอยู่ 2 ระดับคือ LDPE ความหนาแน่นต่ำ และ HDPE ความหนาแน่นสูง คุณสมบัติของท่อ PE จะมีความแข็งแรง แต่มีความยืดหยุ่น เหนียว สามารถโค้งงอได้ ทนต่อสารเคมี กรด ด่าง และแสงแดด ไม่เป็นสนิม โดยพื้นผิวของท่อจะมีความมันและความลื่นทำให้ของเหลวหรือน้ำไหลผ่านได้ดีโดยที่มีแรงดันน้อย ไม่มีสารพิษ จึงเหมาะในการทำระบบน้ำดื่มที่สามารถนำมาบริโภคโดยไร้สารพิษและสารเคมีตกค้าง นอกจากนี้ยังเหมาะกับระบบน้ำการเกษตรที่สามารถใช้เป็นท่อแขนงเชื่อมต่อกับหัวฉีดน้ำประเภทต่าง ๆ ได้ เพราะไม่เปราะและแตกหักได้ง่ายเหมือนท่อ PVC สีฟ้าหรือสีเทาเมื่อโดนแสงแดดและมีอายุการใช้งานนานถึง 50 ปี ท่อ PE ยังมีความสะดวกในการขนย้ายเมื่อเทียบกับท่อ PVC เนื่องจากสามารถม้วนเก็บได้ และท่อ PE มีความยาวของท่อให้เลือกหลายขนาดจึงทำให้สะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ประเภทของท่อ PE มีด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภทซึ่งใช้สีในการแบ่งแยกประเภท โดยท่อ PE จะเป็นสีดำและคาดด้วยสีส้ม สีฟ้า หรือสีขาว ท่อ PE ในแต่ละประเภทจะมีความหนาที่แตกต่างกันเหมือนท่อ PVC ซึ่งหมายความว่ามีความสามารถในการรับแรงดันของน้ำที่แตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน ท่อ PE จะเรียกความหนาหรือความสามารถในการรับแรงดันน้ำนี้ว่า PN โดยความหนาเท่าไรก็สามารถรองรับแรงดันน้ำได้เท่ากัน เช่น PN 2.5 ก็สามารถรองรับแรงดันน้ำได้สูงสุด 2.5 บาร์ จึงทำให้การนำไปใช้งานแตกต่างกันออกไป

ประเภทของท่อ PE ใช้การคาดสีเป็นสัญลักษณ์ของความแตกต่าง
– ท่อ PE เขียว เป็นประเภทที่มีความหนาของท่อที่น้อยที่สุดใช้ในการเกษตร และผลิตจากเม็ดพลาสติกชนิด LDPE จึงรองรับแรงน้ำได้ต่ำ นิยมใช้เป็นท่อหลักหรือท่อย่อยในระบบน้ำการเกษตร ใช้ได้ทั้งแบบการรดน้ำเจาะหัวสเปรย์, มินิสปริงเกอร์ และแบบหยดน้ำ ค่า PN อยู่ประมาณ 2.5 – 3.5
– ท่อ PE คาดส้ม ใช้สำหรับการเกษตรและงานท่อร้อยสายไฟฟ้าด้วยมีคุณสมบัติทางไฟฟ้าที่ดีเป็นท่อที่มีความหนามากขึ้นกว่าท่อ PE คาดขาว เป็นท่อที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก HDPE สามารถทนทานต่อแรงดันสูงได้ดี ค่าเริ่มต้นของ PN คือ 4

วิธีการเลือกใช้ท่อ PVC และท่อ PE ให้เหมาะสมในการใช้งาน
– ระบบน้ำสุขาภิบาล สามารถเลือกใช้ท่อ PE คาดฟ้า แต่หากใช้งานบนดินควรเลือกใช้ท่อ PE แต่หากฝังใต้ดินควรเลือกใช้ท่อ PVC เพื่อลดความเสี่ยงของการแตกหักจากการถูกแสงแดดซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ซึ่งการใช้งานในลักษณะดังกล่าวท่อทั้งสองชนิดควรมีมาตรฐานในการรับรองคุณภาพ เช่น มอก., ISO, AS/NZS , EN เนื่องจากระบบน้ำสุขาภิบาลเป็นระบบน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค ซึ่งควรที่จะปลอดสารเคมีไม่ทำให้น้ำเกิดการปนเปื้อนเพราะมีผลต่อสุขภาพของผู้ที่ใช้น้ำ
– งานไฟฟ้าและงานร้อยสายไฟ ใช้ท่อ PE คาดส้ม คุณสมบัติที่ดีของท่อที่ใช้สำหรับร้อยสายไฟฟ้าคือเป็นฉนวนที่ดีในการป้องกันไฟฟ้ารั่ว ทนต่อแรงดันไฟฟ้าในระดับปานกลางได้ มีความแข็งแรง ทนต่อแรงกดอัดได้ ซึ่งท่อ PVC สีเหลืองระดับชั้นที่เหมาะในการใช้ร้อยสายไฟคือระดับ 1 (เมื่อเทียบกับท่อ PVC สีฟ้าชั้น 13.5) ส่วนท่อ PE คาดส้ม จะมี PN เริ่มต้นที่ 32 -160 ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ในการเดินสายไฟฟ้าในพื้นที่โล่ง งานร้อยสายไฟบนดินและใต้ดิน, บนฝ้าในตัวอาคาร

  • ท่อ PVC SCG เป็นท่อที่ผลิตมาเพื่อเหมาะสำหรับงานเกษตร ท่อรับความดันได้สูงสุดตามมาตฐานที่ 4 บาร์ วัสดุผลิตจาก PVC คุณภาพดี แข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน มีน้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย คงทนต่อสภาพอากาศชื้นความดันลดในท่อน้อย เหมาะสำหรับงานรับแรงดันต่ำ ท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำแอร์ ท่อน้ำในสวน เป็นต้น

    ข้อควรระวัง

    • ห้ามดัดแปลง แก้ไขสินค้า หรือนำไปใช้งานผิดประเภท
    • ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด และด่างทำความสะอาด
    • ห้ามจัดเก็บใกล้ความร้อน และมีเปลวไฟ
    • ระมัดระวังของมีคม เพราะอาจทำให้สินค้าเสียหาย
    • ห้ามโยนหรือกระแทก เพราะอาจทำให้สินค้าแตกเสียหายได้
    • ห้ามใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

    •  
    • ผลิตภัณฑ์ uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) หรือ พีวีซีแข็ง (Rigid PVC) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้งานเกษตร
          • คุณสมบัติ  
            – เนื้อเหนียว ไม่แตกง่าย
            – ข้อต่อและอุปกรณ์ครบครัน
            – ทนต่อสภาพแวดล้อม
            – หาซื้อง่ายและน้ำหนักเบา
            – น้ำไหลเสมอ ไม่เกิดตะกอน
            – รับความความดันใช้งานสูงสุดตามมาตรฐาน 4 บาร์
            – ผ่านกระบวนการการผลิตตามมาตรฐาน มอก.999-2533 ใช้งานได้อย่างมั่นใจ
          • ข้อควรระวัง
            – ห้ามดัดแปลง แก้ไขสินค้า หรือนำไปใช้งานผิดประเภท

            – ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด และด่างทำความสะอาด
            – ห้ามจัดเก็บใกล้ความร้อน และมีเปลวไฟ
            – ระมัดระวังของมีคม เพราะอาจทำให้สินค้าเสียหาย
            – ห้ามโยนหรือกระแทก เพราะอาจทำให้สินค้าแตกเสียหายได้
            – ห้ามใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน