ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา

        ท่อPVCเกษตร สีเทาเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานในภาคเกษตร ท่อPVCเทานี้ทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ ทั้งความร้อน ความชื้น และการกัดกร่อน ทำให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานทั้งใน และนอกอาคาร ท่อPVCเกษตร สีเทา นี้มีความยืดหยุ่นที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้ง และยังมีความทนทานต่อแรงดัน ทำให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในภาคเกษตรที่ต้องการท่อที่ทนทานและมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ท่อPVCเกษตร สีเทาจึงเป็นทางเลือกที่น่าพึงพอใจสำหรับการติดตั้งที่ปลอดภัยและมีความทนทาน ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา จำหน่ายโดยคลังกระเบื้อง ติดตามข้อมูลดีๆ ได้ที่ เพจคลังกระเบื้อง จัดส่งทั่วประเทศ

เลือกแบรนด์

ทำความรู้จัก ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา

ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา

ท่อการเกษตรสีเทา หรือท่อพีวีซีสีเทา ที่ผลิตมาเพื่องานเกษตร ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก.999-2533 ท่อดังกล่าวสามารถรับความดันได้สูงสุด 4 บาร์ ทำให้มีความหนาของท่อน้อยกว่าท่อสีฟ้า คุณภาพชั้น 5 ท่อเกษตรสีเทาใช้มาตรฐานที่แตกต่างจาก ท่อสีฟ้าสำหรับน้ำดื่มบริโภค ทำให้ความดันลดลง ในท่อที่เกิดจากแรงเสียดทานจากการไหลของน้ำในท่อ ถ้าใช้ท่อขนาดใหญ่ ความดันในท่อจะน้อยลง ทำให้เหมาะสำหรับงานที่รับแรงดันต่ำ ท่อสีเทาจึงนิยมใช้ ในงานเดินท่อน้ำทิ้งในงานเกษตรกรรม งานเดินท่อน้ำทิ้งเครื่องปรับอากาศ และเนื่องจากราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับท่อชนิดอื่นๆ ทำให้เป็นที่นิยมใช้ แต่ควรพิจารณาว่างานดังกล่าวมีการใช้ปั๊มน้ำในการเพิ่มแรงดันหรือไม่ เพราะท่อพีวีซีสีเทาไม่มีคุณสมบัติรับแรงดันในระดับเกิน 4 บาร์ แต่หากต้องการเพียงเดินท่อลำเลียงน้ำในไร่ ในสวน ที่ไม่ได้เน้นสเปคงานและมีสามารถบำรุงรักษาได้เองตลอด ท่อสีเทาจึงเป็นทางเลือกนึงที่เกษตรกร ชาวสวน ชาวไร่นิยมใช้

คุณสมบัติของท่อพีวีซีเกษตร สีเทา หรือท่อ PVC สีเทา
– แข็งแรงทนทาน
– น้ำไหลอย่างสม่ำเสมอ
– ไม่รั่วง่าย
– ทนแรงดันได้ดี
– น้ำหนักเบา สะดวกต่อการขนส่ง

ประเภท ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา

ท่อพีวีซี ท่อการเกษตร ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา
ท่อพีวีซีเกษตร ปลายเรียบ

ท่อการเกษตรสีเทาหรือท่อพีวีซีสีเทา ชนิดปลายเรียบ เป็นท่อพีวีซีชนิดแข็ง (Rigid PVC) นิยมใช้ในงานเกษตร ชลประทาน และงานระบบท่อรับความดันต่ำ

ลักษณะ
– มีสีเทา
– ปลายเรียบ ไม่มีหัวบาน
– มีหลายขนาด หลายชั้นความหนา
– ทนทานต่อแรงดันและแรงกด
– ทนทานต่อสภาพแวดล้อม
– น้ำไหลสม่ำเสมอ ไม่เกิดตะกอน
– หาซื้อง่าย
– น้ำหนักเบา
– ราคาถูก

การใช้งาน
– วางระบบท่อให้น้ำในสวน ไร่ผลไม้
– ระบบรดน้ำต้นไม้
– ระบบน้ำหยด
– ระบบชลประทาน
– งานระบบท่อที่รับความดันไม่สูงมาก

ข้อควรระวัง
– เลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน
– เลือกชั้นความหนาของท่อให้เหมาะสมกับแรงดัน
– ติดตั้งท่อให้ถูกต้องตามมาตรฐาน

ท่อพีวีซี ท่อการเกษตร ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา
ท่อพีวีซีเกษตร บานหัว

ท่อการเกษตรสีเทาหรือท่อพีวีซีสีเทา ชนิดบานหัว เป็นท่อพีวีซีชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับงานเกษตรโดยเฉพาะ มีลักษณะปลายท่อข้างหนึ่งเป็นบานหัว ช่วยให้ต่อท่อเข้าด้วยกันได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้ข้อต่อ เหมาะสำหรับงานระบบน้ำในไร่นา สวนผลไม้ แปลงผัก และระบบน้ำหยด

คุณสมบัติของท่อ
– ผลิตจาก uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) หรือ พีวีซีแข็ง (Rigid PVC)
– มีความทนทานสูง ทนต่อแรงดัน แรงกด สารเคมี และแสงแดด
– ไม่เป็นสนิม ไม่ลามไฟ
– น้ำหนักเบา สะดวกต่อการขนย้ายและติดตั้ง
– ใช้งานได้ยาวนาน
– มีหลายขนาดให้เลือกใช้

ข้อควรระวัง
– ควรเลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน
– ควรตัดท่อให้ได้ความยาวตามต้องการ
– ควรทากาว บนปลายท่อทั้งสองข้าง
– ควรประกอบท่อเข้าด้วยกัน โดยให้ปลายท่อข้างหนึ่งสอดเข้าไปในบานหัวของอีกข้างหนึ่ง
– ควร กดท่อให้แน่นจนเข้าล็อก
– ควรทิ้งไว้ให้กาวแห้งสนิท

การเลือก ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา

ท่อการเกษตรสีเทาหรือท่อพีวีซีสีเทาเป็นท่อที่นิยมใช้ในงานเกษตรกรรมและงานชลประทาน มีหลายขนาด หลายความหนา และหลายราคาให้เลือก ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกท่อการเกษตรสีเทา

1.ขนาดท่อ
– ขนาด 1/2 นิ้ว – 1 นิ้ว ใช้สำหรับงานระบบน้ำหยด
– ขนาด 1.2 นิ้ว – 2 นิ้ว ใช้สำหรับงานระบบน้ำพุ
– ขนาด 2.5 นิ้ว – 4 นิ้ว ใช้สำหรับงานระบบน้ำแบบสปริงเกอร์
– ขนาด 5 นิ้วขึ้นไป ใช้สำหรับงานระบบส่งน้ำ

2.ความหนาของท่อ
– ท่อบาง (ความหนา 5.2 มม.) ใช้สำหรับงานแรงดันต่ำ
– ท่อหนา (ความหนา 6.0 มม.) ใช้สำหรับงานแรงดันปานกลาง
– ท่อหนาพิเศษ (ความหนา 8.5 มม.) ใช้สำหรับงานแรงดันสูง

3.มาตรฐานท่อ
– ท่อควรมีมาตรฐาน มอก. 999-2533 เป็นการรับประกันว่าท่อมีคุณภาพดี ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน

4.ราคาท่อ
– ราคาท่อจะขึ้นอยู่กับขนาด ความหนา และยี่ห้อ เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ

การใช้งาน ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา

ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา เป็นวัสดุที่มีความทนทาน และมีความยืดหยุ่นที่ดี ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในภาคเกษตร

ระบบน้ำ

– ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา มักจะใช้ในระบบน้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากมีความทนทานต่อการกัดกร่อน และไม่มีสารที่จะปนเปื้อนน้ำ ทำให้เหมาะสำหรับการนำน้ำไปใช้ในการเกษตร

ระบบระบายน้ำ

– ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา สามารถใช้ในระบบระบายน้ำได้ เนื่องจากมีความทนทานต่อการกัดกร่อน และมีความยืดหยุ่นที่ดี ทำให้เหมาะสำหรับการนำน้ำไปใช้ในการเกษตร

การใช้งานอื่น ๆ

– ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ยังสามารถใช้ในการสร้างโครงสร้างเพื่อสนับสนุนพืช เช่น การสร้างกรงเพื่อสนับสนุนพืชที่ขึ้นไปยังที่สูง ทั้งนี้ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา เป็นวัสดุที่มีความทนทาน และมีความยืดหยุ่นที่ดี ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในภาคเกษตร และยังมีราคาที่เหมาะสม ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการวัสดุที่มีคุณภาพสูงและราคาที่เหมาะสม

การติดตั้ง ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา

การติดตั้ง ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ไม่ยากแต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการติดตั้ง เพื่อให้ท่อทนทานและใช้งานได้ยาวนาน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การวางแผน

– ก่อนการติดตั้ง ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ควรวางแผนการติดตั้งท่อให้เรียบร้อย รวมถึงการวัดระยะทางที่ต้องการติดตั้งท่อ และการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการติดตั้ง

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมท่อ

– ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ควรทำความสะอาด และตรวจสอบว่าไม่มีรอยแตกร้าวหรือการเสียหายใดๆ ก่อนการติดตั้ง

ขั้นตอนที่ 3 การติดตั้งท่อ

– การติดตั้ง ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ควรทำโดยผู้ที่มีประสบการณ์ โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งท่อ และติดตั้งท่อให้แน่นหนาและปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 4 การตรวจสอบ

– หลังจากการติดตั้ง ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา แล้วควรตรวจสอบว่าท่อติดตั้งอย่างถูกต้องและแน่นหนา และท่อสามารถทนทานต่อแรงดันน้ำที่เหมาะสม ทั้งนี้การติดตั้ง ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ที่ถูกต้องสามารถช่วยให้ท่อมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดูแล ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา

ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา เป็นวัสดุที่มีความทนทาน และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่การดูแลรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ท่อพีวีซีเกษตรสีเทามีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น

การตรวจสอบท่อพีวีซีสีเทา

– ควรตรวจสอบท่อพีวีซีเกษตรสีเทา อย่างประจำ เพื่อตรวจสอบว่ามีการแตกหัก, รอยแตกร้าว, หรือการสึกหรอ หากพบว่ามีปัญหาใด ๆ ควรทำการแก้ไขทันที

การทำความสะอาดท่อพีวีซีสีเทา

– ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ควรทำความสะอาดอย่างประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก การทำความสะอาดท่อสามารถทำได้โดยการใช้น้ำและสบู่เพื่อล้างท่อ

การเปลี่ยนท่อพีวีซีสีเทา

– หากท่อพีวีซีเกษตรสีเทา มีการแตกหักหรือรอยแตกร้าวที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ ควรทำการเปลี่ยนท่อใหม่ทันที เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการรั่วซึมของน้ำ

การเก็บรักษาท่อพีวีซีสีเทา

– เมื่อไม่ใช้ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ควรเก็บท่อในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี และไม่ได้รับแสงแดดโดยตรง เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของท่อจากแสงแดด ทั้งนี้การดูแลรักษา ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา ที่เหมาะสมสามารถช่วยให้ท่อมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีและข้อเสีย ท่อพีวีซีเกษตรสีเทา

ข้อดี

– ท่อพีวีซี สีเทา เป็นตัวเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับงานเกษตร เมื่อเทียบกับท่อชนิดอื่น เช่น ท่อเหล็กหรือท่อ HDPE
– ท่อพีวีซี สีเทา น้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการขนส่งและติดตั้ง
– ท่อพีวีซี สีเทา ทนทานต่อสารเคมี รังสียูวี และสภาพอากาศ
– ท่อพีวีซี สีเทา ติดตั้งง่าย โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ
– ท่อพีวีซี สีเทา สามารถใช้สำหรับงานเกษตรที่หลากหลาย เช่น ระบบชลประทาน ระบบระบายน้ำ ท่อส่งน้ำ และท่อแรงดัน

ข้อเสีย

– ท่อพีวีซี สีเทา อาจเปราะบางได้ โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิต่ำ
– ท่อพีวีซี สีเทา ไม่ทนความร้อนสูง อาจเสียหายได้หากใช้น้ำร้อน
– ท่อพีวีซี สีเทา ไม่ทนแรงดันสูง เหมาะสำหรับงานแรงดันต่ำ
– ท่อพีวีซี สีเทา ผลิตจากพลาสติก ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้

หลักในการเทียบ หุน-นิ้ว-มิล

เมื่อต้องการเทียบหน่วยความยาวระหว่างหุน (inch), นิ้ว (inch) และมิลลิเมตร (mm) สามารถทำได้ดังนี้
1.แปลงหุนเป็นนิ้ว 1 นิ้ว = 8 หุน
2.แปลงนิ้วเป็นมิลลิเมตร 1 นิ้ว = 25.4 มิลลิเมตร

เราสามารถคำนวณหาค่ามิลลิเมตรจากหน่วยหุนได้ดังนี้:
– หาค่านิ้วจากหุน 6 หุน / 8 = 0.75 นิ้ว
– แปลงนิ้วเป็นมิลลิเมตร 0.75 นิ้ว x 25.4 มิลลิเมตร/นิ้ว = 19.05 มิลลิเมตร

ดังนั้น ท่อขนาด 6 หุน มีความยาวประมาณ 19.05 มิลลิเมตร

ตารางเปรียบเทียบ
หุน นิ้ว มิล (mm.)
1 หุน ⅛" 3.18 มิล
2 หุน ¼" 6.35 มิล
3 หุน ⅜" 9.53 มิล
4 หุน ½" (ครึ่งนิ้ว) 12.70 มิล
5 หุน ⅝" 15.88 มิล
6 หุน ¾" 19.05 มิล
7 หุน ⅞" 22.23 มิล
8 หุน 1" 25.40 มิล
10 หุน 1 ¼" (1นิ้ว2หุน) 31.75 มิล
12 หุน 1 ½" (1นิ้วครึ่ง) 38.10 มิล
14 หุน 1 ¾" (1นิ้ว6หุน) 44.45 มิล
16 หุน 2" 50.80 มิล

ท่อ PVC แต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร​

ท่อพีวีซีเป็นท่อที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพีวีซี (PVC หรือ โพลิไวนิลคลอไรด์) และถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนท่อเหล็กที่มีราคาสูง ท่อพีวีซีสามารถนำมาใช้ในหลายประเภทของงาน ไม่ว่าจะเป็นงานประปา งานไฟฟ้า หรืองานการเกษตร คุณสมบัติของท่อพีวีซีคือมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็ก ไม่เป็นสนิม ปลอดภัย ทนต่อการกัดกร่อนจากกรดและด่าง วัสดุที่ใช้ผลิตเป็นฉนวนกันไฟฟ้า ไม่ลุกลามไฟ และมีผิวที่เรียบลื่น ท่อพีวีซีจะถูกแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาและสีของท่อ ดังนี้

ท่อพีวีซี(PVC) ท่อประปา
ท่อพีวีซี สีฟ้า (ท่อประปา)

ท่อพีวีซีสีฟ้า เหมาะสำหรับใช้งานในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำดื่ม ท่อรับความดัน หรือท่อระบายน้ำ ท่อพีวีซีสีฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยมีมาตรฐาน มอก.17 และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄2 นิ้ว จนถึง 24 นิ้ว ท่อพีวีซีแบ่งเป็น 3 ระดับคุณภาพ ตามความดันที่กำหนดให้สำหรับใช้งาน (working pressure) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ดังนี้

– PVC 5 รับความดันได้สูงสุด 0.5 เมกะพาสคัล
– PVC 8.5 รับความดันได้สูงสุด 0.85 เมกะพาสคัล
– PVC 13.5 รับความดันได้สูงสุด 1.35 เมกะพาสคัล

โดยที่ 1 เมกะพาสคัลเท่ากับ 9.87 ความดันบรรยากาศ 10.20 ก.ก./ตร.ซม. หรือ 145.04 ปอนด์ / ตร.นิ้ว 101.97 ความสูงของน้ำหน่วย ม.

ท่อพีวีซี ไฟฟ้า
ท่อพีวีซี สีเหลือง (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีเหลือง เหมาะสำหรับใช้งานเป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าและท่อร้อยสายโทรศัพท์ ที่ผลิตตามมาตรฐานมอก.216 มีระดับคุณภาพที่แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1,2 และ3 โดยประเภทที่ 1 มีความหนามากที่สุด และประเภทที่ 3 มีความหนาน้อยที่สุด ท่อพีวีซีเน้นในเรื่องความเป็นฉนวนไฟฟ้า ทำให้เหมาะสำหรับใช้ในงานร้อยสายในที่ร่ม มีขนาดตั้งแต่ 3/8 นิ้ว จนถึง 4 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเหลืองประเภทที่ 1 มีราคาใกล้เคียงกับท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5

ท่อพีวีซี งานสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ JIS
ท่อพีวีซี สีขาว (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีขาวมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าท่อพีวีซีสีเหลือง โดยสามารถทนต่อรังสี UV ได้ เนื่องจากเนื้อท่อเป็นพลาสติก UPVC และสามารถดัดเย็นท่อได้มากกว่า 90 องศา โดยการดัดท่อจะใส่แท่งที่มีลักษณะคล้ายสปริงลงไปในท่อ เพื่อให้เป็นแกนในการดัดท่อให้โค้งงอตามต้องการ ท่อพีวีซีสีขาวยังสะดวกในการทาสีทับมากกว่าสีเหลือง ทำให้ท่อพีวีซีสีขาวเป็นท่อร้อยสายที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งานมากกว่า แต่ท่อสีขาวมีราคาสูงกว่าท่อสีเหลือง โดยประมาณ 25-50%

ท่อพีวีซีสีขาวนิยมใช้งานในสองมาตรฐานดังนี้
1. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน JIS (เกลียว นิ้ว, เกลียวหุน) เนื่องจากมีขนาดท่อเท่ากับท่อพีวีซีประปาสีฟ้าและไฟฟ้าสีเหลือง
2. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน BS (เกลียว มม.)

ท่อพีวีซี ท่อการเกษตร ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา
ท่อพีวีซี สีเทา (ท่องานเกษตร)

ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา เหมาะสำหรับงานเกษตรกรรมและงานท่อน้ำที่รับแรงดันต่ำ แม้ว่าท่อสีเทาจะไม่มีมาตรฐาน มอก. มารับรอง แต่มีระดับคุณภาพเดียว คือ PVC 5A ซึ่งมีคุณภาพต่ำกว่า PVC 5 ของท่อประปาสีฟ้า ท่อชนิดนี้จะมีตราประทับสีแดงอยู่บนท่อ และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄4 นิ้วจนถึง 5 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเทาสำหรับงานเกษตรกรรมระดับคุณภาพ 5A มีราคาถูกกว่าท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5 โดยประมาณครึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ ท่อพีวีซีสีเทายังมีอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับใช้เป็นท่อส่งสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม ท่อระบายน้ำทิ้ง และท่อในงานชลประทาน ซึ่งผลิตตามมาตรฐาน มอก.999 มีขนาดและระดับคุณภาพเหมือนกับท่อพีวีซีสีฟ้า

ท่อพีวีซี สีเขียว (ท่อประปาน้ำร้อน)

ท่อพีวีซีเสีเขียว หมาะสำหรับใช้งานในการประปาน้ำร้อน เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องทำน้ำร้อนในบ้านหรืออพาร์ทเมนต์ ซึ่งมักจะนิยมในต่างประเทศหรือโรงแรมขนาดใหญ่ ท่อพีวีซีสามารถทนแรงดันได้สูงสุด 20 บาร์ และผลิตจากพีวีซีที่มีคุณภาพสูงกว่าท่อประปาทั่วไป (พลาสติก พีพีอาร์) ทำให้สามารถทนต่อความร้อนได้สูงสุด 95 องศาเซลเซียส โดยท่อจะไม่เสียหายหรือมีมารตกค้างมากับน้ำ ท่อพีวีซีสามารถใช้ทั้งในงานอุปโภคและบริโภค และสามารถรักษาอุณหภูมิของน้ำได้ดีกว่าท่อเหล็ก ท่อพีวีซีมีขนาดตั้งแต่ 1/2 นิ้ว จนถึง 6 นิ้ว และมีความหนา 2 ประเภท คือ SDR 11 (PN 10) และ SDR 6 (PN 20)

ท่อ PE ท่อการเกษตร
ท่อพีวีซี ท่อดำ (ท่องานเกษตร)

ท่อ PE คือท่อที่ผลิตมาจาก Polyethylene หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่าท่อดำ เนื่องจากมีสีดำ มีความหนาแน่นสูงผิวสัมผัสภายในตัวท่อมีความลื่นและมัน ทำให้สามารถใช้งานเป็นได้ทั้งท่อประปาและท่อไฟฟ้า มีความยืดหยุ่นสูง ในปัจจุบันได้มีการผลิตท่อPE หลายมาตรฐาน แบ่งแยกไปตามการใช้งานประเภทต่างๆ โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
1.ท่อสำหรับงานแรงดันต่ำ
2.ท่อสำหรับงานรับแรงดันสูง
ซึ่งจะแยกย่อยไปอีกตามค่า PN (ความสามารถในการรับแรงดันท่อ) และ PE (ความแข็งแรงของการรับน้ำหนักของท่อ) ซึ่งจะต้องระบุให้ถูกต้อตามการใช้งาน ซึ่งโดยส่วนมากจะนิยมใช้กันนอกอาคาร