สายฉีดชำระ เป็นหัวฉีดแบบลั่นไกด้วยมือ รูปลักษณะคล้ายกับหัวฉีดของอ่างล้าง ใช้พ่นละอองน้ำชำระล้างทวารหนักหรือทวารเบาของบุคคลหลังจากถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะแล้ว จำหน่ายโดยคลังกระเบื้อง ติดตามข้อมูลดีๆ ได้ที่ เพจคลังกระเบื้อง จัดส่งทั่วประเทศ

สายฉีดชำระ

เลือกแบรนด์
เลือกหมวดหมู่

การเลือก สายฉีดชำระ

การเลือกสายฉีดชำระควรพิจารณาดังนี้

1.รับแรงดันน้ำได้ดี สายฉีดชำระที่ดีควรสามารถรับแรงดันน้ำได้ดี หากมีวาล์วเปิดปิดน้ำที่ปล่อยน้ำแรงดันสูง สายฉีดชำระควรสามารถรับแรงดันน้ำได้ดีพอ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้หัวฉีดชำระหรือส่วนหัวของสายฉีดเกิดการชำรุด สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป ควรใช้สายฉีดชำระที่รับแรงดันน้ำได้ตั้งแต่ 1.5 บาร์ขึ้นไป และสูงสุดถึง 4.0 บาร์

2.วัสดุแข็งแรงทนทาน สายฉีดชำระที่ดีควรทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน เช่น โครเมียม หรือ ABS ที่ทนทานต่อน้ำแรงดันสูง ไม่เกิดสนิม และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

3.หัวกดน้ำที่ช่วยให้น้ำไหลอย่างต่อเนื่อง หัวกดน้ำของสายฉีดชำระควรทำให้น้ำไหลออกมาได้แบบต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกสะดวกสบาย

4.รูน้ำที่ช่วยให้น้ำไหลอย่างนุ่มละมุน รูปล่อยน้ำของสายฉีดชำระควรออกแบบให้สามารถรองรับและปล่อยน้ำออกมาได้อย่างเหมาะสม ทำให้น้ำที่ถูกปล่อยออกมาไม่แรงจนทำร้ายผิวของผู้ใช้งาน

ส่วนประกอบของ สายฉีดชำระ

สายฉีดชำระเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในห้องน้ำ แม้จะเป็นไอเทมเล็กๆ แต่ก็ไม่สามารถขาดไปได้ ดังนั้นการเลือกสายฉีดชำระที่มีคุณภาพเพื่อให้ใช้งานได้นานๆ และตอบโจทย์ความต้องการของเรามากที่สุดจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่การเลือกสายฉีดชำระที่ดีๆ จะต้องทราบส่วนประกอบของมันก่อน ดังนี้

1.หัวฉีดชำระ ส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญของสายฉีดชำระ สามารถแบ่งตามวัสดุที่ใช้ได้เป็น 3 ประเภท
– ทองเหลือง มักเป็นที่นิยม เพราะมีความสวยงาม ดูหรูหรา และแข็งแรงคงทน ไม่เป็นสนิมได้ง่าย แต่ข้อเสียคือราคาจะสูงกว่าแบบอื่น
– หัวสเตนเลส วัสดุจากสเตนเลสให้ความคงทน เช่นเดียวกับแบบโครเมียม แต่สิ่งที่ต่างกันและนับเป็นข้อเสียอย่างหนึ่งก็คือจะเป็นสนิมได้ง่าย ดังนั้นจึงอาจต้องเปลี่ยนเมื่อมีสนิมเกิดขึ้น เพื่อสุขอนามัยที่ดี
– หัวพลาสติก หัวสายฉีดชำระประเภทนี้จะมีน้ำหนักเบา และราคาย่อมเยากว่าสองแบบแรก อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่วัสดุทำจากพลาสติก เมื่อใช้ไปนานๆ จึงแตกหักได้ง่าย ไม่คงทน
-หัวพลาสติกชุบโครเมียม (Acrylonitrile Butadiene Styrene: ABS) เป็นการนำเทอร์โมพลาสติกมาชุบเคลือบด้วยโครเมียม ทำให้ได้หัวสายฉีดชำระที่มีความทนทาน ทนกระแทกได้ดี ขณะเดียวกันก็ดูสวยงามหรูหรา ไม่เป็นสนิม

2.หัวกดสายฉีดชำระ เป็นตัวเปิดปิดน้ำเมื่อเราต้องการใช้งาน หลักๆ แบ่งได้เป็น 2 แบบ
– แบบก้านกด เป็นหัวกดที่เราพบได้ทั่วไปสำหรับสายฉีดชำระ ข้อดีคือให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน ควบคุมปริมาณน้ำได้ แต่ขณะเดียวกัน หากใช้วัสดุไม่ดีก็อาจแตกหักได้ง่าย
– แบบปุ่มกด ลักษณะเป็นปุ่มกดให้น้ำไหลออกมาทีเดียว ข้อดีคือเราไม่ต้องกดตลอดเวลา ทำให้น้ำไหลออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ดูสวยงาม หมดข้อกังวลเรื่องก้านกดหัก ข้อเสียคือเราอาจไม่สามารถควบคุมปริมาณน้ำที่ออกมาได้

3.ข้อต่อส่วนบน เป็นข้อต่อที่เชื่อมส่วนหัวกับสายฉีดเข้าด้วยกัน โดยทั่วไปแล้วมักจะมีให้มาเป็นชุดกับส่วนอื่นๆ แต่บางครั้งวัสดุของข้อต่อที่แถมมาอาจไม่ได้คงทนนัก ดังนั้นจึงอาจเกิดการแตกหักได้ง่าย วิธีแก้ก็คือหาซื้อข้อต่อมาเปลี่ยนใหม่

4.สายหัวฉีดชำระ สายฉีดเองก็มีหลากหลายประเภทให้เลือกเช่นกันตามความต้องการในการใช้งาน แบ่งได้หลักๆ ดังนี้
– สายพลาสติก หรือสายยาง PVC ลักษณะเป็นเหมือนสายยางขนาดเล็ก ข้อดีคือมีราคาย่อมเยา ทนแรงดันน้ำได้ดี และไม่เป็นสนิม แต่ข้อเสียคือความยืดหยุ่นมีน้อยทำให้สายอาจแตกหักได้ง่ายหากไม่ดูแลให้ดี
– สายโลหะถัก ลักษณะเป็นสายสีเงินทำจากโลหะ ข้อดีคือมีความยืดหยุ่นดีที่สำคัญยังให้ความหรูหราสวยงามอีกด้วย แต่ข้อเสียก็คือ หากไม่เลือกโลหะที่เป็นโครเมียม เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจมีสนิมเกิดขึ้นได้ และยังมีราคาแพงกว่าแบบแรกอีกด้วย

5.สต๊อปวาล์ว (Stop Valve) อย่างที่อธิบายไปแล้วว่าสต๊อปวาล์วนี้จะเป็นตัวเปิดปิดน้ำให้เข้ามาสู่ชักโครกหรือสายฉีดชำระ ทั้งยังช่วยควบคุมแรงดันไม่ให้น้ำแรงเกินไป ดังนั้นส่วนนี้จึงมีความสำคัญมากไม่แพ้กับส่วนด้านบนเลย

 

สายฉีดชำระ ปัญหาที่พบบ่อย

1.ไม่ทนทาน สายฉีดชำระบางยี่ห้ออาจดูดีในช่วงแรก ๆ แต่เมื่อใช้งานไปในระยะยาว สายยางส่งน้ำหรือหัวสายฉีดชำระอาจเริ่มแตก และส่วนของก้านกดอาจหักจนใช้งานไม่ได้ สาเหตุของปัญหานี้อาจมาจากวัสดุที่ใช้ในการผลิตสายฉีดชำระที่ไม่มีคุณภาพ หรือเป็นวัสดุที่มีความคงทนต่ำ อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหานี้อาจต้องพิจารณาพฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วย เช่น การนำหัวสายฉีดชำระไปกระแทกกับสิ่งต่าง ๆ อย่างแรง หรือปล่อยให้ท่อสายส่งน้ำงอจนแตกอยู่บ่อย ๆ

2.น้ำรั่ว บางครั้ง คุณอาจพบปัญหาที่มีน้ำรั่ว น้ำซึม หรือไหลออกจากหัวสายฉีดชำระตลอดเวลา แม้ว่าคุณจะไม่ได้ใช้งานอยู่ ปัญหานี้สร้างความไม่สะดวกและทำให้ห้องน้ำดูไม่สะอาด และยังทำให้เสียน้ำเปล่าไปด้วย สาเหตุหลักของปัญหานี้มักมาจากสายฉีดชำระที่ไม่สามารถรับแรงดันน้ำที่สูง หรือเนื่องจากไม่ได้ติดตั้งวาล์วเปิดปิดน้ำที่สามารถปรับแรงดันน้ำได้ ซึ่งเรียกว่า สต๊อปวาล์ว (Stop Valve) หรืออาจเกิดจากส่วนประกอบภายในหัวสายฉีดที่เกิดการชำรุด เช่น ยางโอริงขาด ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันน้ำรั่วซึม

3.ระดับความแรงน้ำไม่พอดี นี่เป็นปัญหาอีกหนึ่งที่ผู้ใช้งานอาจพบเจอ คือ สายฉีดชำระที่มีความแรงน้ำที่เบาเกินไป หรือแรงเกินไป ปัญหานี้อาจเกิดจากการที่คุณไม่ได้ติดตั้ง สต๊อปวาล์ว (Stop Valve) ทำให้มีระดับแรงดันน้ำไม่พอดี หากคุณติดตั้งแล้ว คุณจะสามารถปรับความแรงน้ำจากตรงนี้ได้