เลือกแบรนด์

กาวซีเมนต์และยาแนว

กาวยาแนว มักจะมีวัสดุชนิดหนึ่งที่จะเด้งขึ้นมาให้คุณเกิดความสับสน นั่นก็คือ “กาวซีเมนต์” ต้องขออธิบายเลยว่าเวลาเราปูกระเบื้อง ปกติแล้วจะมีขั้นตอนหลัก ๆ คือ เริ่มด้วยการปรับระดับพื้นที่ที่จะปู จากนั้นทำการรองกระเบื้องด้วยปูนกาวซีเมนต์ แล้วตามด้วยการปูกระเบื้อง เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนแล้ว เราจะทำการลงยาแนวเป็นขั้นตอนสุดท้าย พูดง่าย ๆ คือตัวปูนกาวซีเมนต์จะ ใช้ยึดพื้นกระเบื้องไว้กับพื้นบ้าน โดยเวลาเราใช้กาวซีเมนต์ ก็จำเป็นต้องเว้นช่องให้มีรูโพรงไว้เล็กน้อยเพื่อป้องกันกระเบื้องแตกจากแรงดันและความร้อน จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของกาวยาแนวที่จะมาปิดร่องดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาอย่างที่เราอธิบายไว้ข้างต้นนั่นเอง

ยาแนว คืออะไร

ยาแนว มีลักษณะคล้ายกาว ทำหน้าที่เชื่อมรอยต่อกระเบื้องแต่ละแผ่นเข้าด้วย โดยปกติแล้วตอนปูกระเบื้อง ช่างปูกระเบื้องจะเว้นช่องว่างระหว่างกระเบื้องหรือเรียกง่าย ๆ ว่าร่องยาแนวไว้ประมาณ 1-3 มม. แล้วแต่ชนิดกระเบื้อง เพื่อเอาไว้สำหรับเติมยาแนว การยาแนวกระเบื้องนั้นจะช่วยปิดร่องกระเบื้องไม่ให้น้ำหรือฝุ่น เศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ แทรกตัวเข้าไปใต้แผ่นกระเบื้อง โดยยาแนวจะมีลักษณะเป็นผง เวลาใช้งานต้องผสมน้ำก่อนปาดไปบนร่องกระเบื้อง จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง ยาแนวกระเบื้องมีหลายแบบให้เลือกใช้ ตอนนี้ก็มีแบบสำเร็จรูปหรือแบบหลอดที่ไม่ต้องลงมือผสมเอง

ข้อดีของยาแนว

เพิ่มความสวยงามให้พื้นบ้าน

กระเบื้องทุกประเภท ไม่ว่ากระเบื้องเซรามิคหรือกระเบื้องพอร์ซเลน มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยทั้งเรื่องขนาด มุมฉาก ความตรงของมุมหรือขอบกระเบื้อง ถ้าปูกระเบื้องแบบเปล่า ๆ โดยไม่ได้ยาแนว ก็จะมองเห็นแผ่นกระเบื้องที่ไม่เท่ากัน แนวขอบกระเบื้องที่ไม่ตรงกัน มีความเฉียง มีรอยบิ่นหรือแผ่นกระเบื้องไม่เรียบเสมอกัน เรื่องเหล่านี้จะไปลดความสวยงามภายในบ้าน ดูไม่สวยงามและไม่เรียบร้อย ดังนั้นจึงต้องใช้การยาแนวกระเบื้องมาช่วย เพราะการยาแนวจะไปปิดรอยบิ่น แนวกระเบื้องที่ไม่ตรงให้พื้นบ้านดูเรียบร้อยมากขึ้น กระเบื้องที่ปูบนพื้นก็จะดูเรียงตัวกันเป็นแนวอย่างสวยงาม แสดงถึงความเป็นระเบียบของผู้อยู่อาศัย และทำให้บ้านดูมีราคามากยิ่งขึ้น

ป้องกันกระเบื้องระเบิด กระเบื้องแตกร้าว

กระเบื้องทุกประเภทจะมีการขยายตัวหรือหดตัว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ในบริเวณที่มีความร้อนหรืออุณหภูมิสูง กระเบื้องจะเกิดการขยายตัวขึ้น หากเว้นร่องกระเบื้องแคบเกินไป กระเบื้องจะไปดันกระเบื้องแผ่นข้าง ๆ จนเกิดปัญหากระเบื้องโก่งตัวจนแตกร้าวหรือกระเบื้องระเบิดได้ ดังนั้นจึงต้องยาแนวกระเบื้อง เพื่อรองรับการขยายตัวของแผ่นกระเบื้อง

ลดเชื้อราและสิ่งสกปรกสะสม

พื้นบ้าน คือ ส่วนที่รองรับสิ่งสกปรกต่าง ๆ เชื้อโรคและสิ่งสกปรกที่ติดมากับรองเท้า คุณลองจินตนาการดูว่า บริเวณร่องกระเบื้องที่มีช่องว่าง แล้วง่ายต่อการที่สิ่งสกปรกเข้าไปสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละวัน แถมเป็นบริเวณที่คุณไม่สามารถทำความสะอาดได้สะดวก เศษผงและสิ่งสกปรกเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย สุดท้ายแล้วมันก็ส่งผลต่อสุขภาพของสมาชิกในบ้าน หรือแม้แต่ความชื้นที่มีโอกาสแทรกซึมเข้าไปใต้แผ่นกระเบื้องหลังปูเสร็จ ความชื้นนั้นเอื้อต่อการเกิดเชื้อรา และเป็นสาเหตุทำให้กระเบื้องหลุดร่อนบ่อย ๆ ดังนั้นการยาแนวกระเบื้องจะช่วยป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรก รวมถึงความชื้นไม่ให้เข้าไปใต้แผ่นกระเบื้องได้

โดยสรุปแล้ว ยาแนวกระเบื้องมีประโยชน์ในเรื่องช่วยปิดรอยบิ่นหรือแนวกระเบื้องเบี้ยว ทำให้บ้านดูเรียบร้อย สวยงาม ป้องกันกระเบื้องระเบิด กระเบื้องแตกร้าว และยังช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกไม่ให้หล่นไปตามซอก ทำความสะอาดง่ายขึ้น ตอนนี้ยาแนวก็มีสีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ตามสีกระเบื้อง ไม่ใช่มีแต่สีขาวอีกแล้ว และนอกจากประโยชน์ด้านการใช้งานแล้ว ยาแนวก็สามารถใช้ตกแต่งได้ เช่น เลือกสียาแนวคนละสีกับสีกระเบื้อง เพิ่มลูกเล่นให้ผนังดูน่าสนใจมากขึ้น

วิธีการเตรียมยาแนวสำหรับใช้งาน

  • ขูดยาแนวเดิมออกให้หมด ยาแนวที่ลงใหม่จะเรียบเนียน
    ก่อนจะปูกระเบื้องต้องทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาดเสียก่อน พื้นจะต้องไม่มีฝุ่น สิ่งสกปรก คราบน้ำมัน เศษปูน สี หรือน้ำยาบ่มคอนกรีต เพื่อให้ปูนกาวจระเข้ยึดเกาะได้แบบเต็มประสิทธิภาพ มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับพื้นแบบต่าง ๆ
  • ทำความสะอาดพื้นผิวกระเบื้องให้สะอาด เพิ่มแรงยึดเกาะยิ่งกว่าเดิม
    เมื่อขูดร่องยาแนวเก่าเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งยาแนวใหม่เลยทันที ให้ใช้ฟองน้ำชุบน้ำทำความสะอาดร่องยาแนวและพื้นกระเบื้องไม่ให้มีเศษฝุ่น สิ่งสกปรก หรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ เหลืออยู่ แล้วต้องให้แห้ง ไม่มีน้ำขังด้วย เพื่อให้กาวยาแนวที่ลงใหม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ และยึดเกาะแน่น ไม่หลุดล่อนง่าย
  • ผสมกาวยาแนวตามอัตราส่วนที่แนะนำบนถุง
    เดี๋ยวนี้กาวยาแนวถูกพัฒนาให้ใช้งานง่ายกว่าเดิมมาก วิธียาแนวกระเบื้องก็เลยเร็วขึ้นไปด้วย เพราะแค่นำกาวยาแนวมาผสมน้ำตามอัตราส่วนที่กำหนดไว้บนถุง โดยควรเทกาวยาแนวลงในน้ำ ตอนที่กำลังคนอยู่ หรือเปิดเครื่องผสมรอบต่ำอยู่ แล้วก็ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ให้เคมีบ่มตัว แล้วคนให้เข้ากันอีกครั้งก่อนจะนำไปใช้งาน
  • ใช้เกรียงปาดยาแนวลงไปบนร่อง อย่าลืมทำมุมให้เป๊ะ
    รอให้กาวยาแนวติดแน่นเต็มร่อง วิธีปาดกาวยาแนวกระเบื้องง่าย ๆ เลยก็คือทำมุมเฉียงกับร่องยาแนว เพราะถ้าไม่ทำมุมเฉียงจะทำให้เกรียงไปดึงยาแนวออกจากร่อง และอย่าลืมปาดกาวออกจากพื้นผิวกระเบื้องด้วย ควรคนกาวที่ผสมเป็นพัก ๆ ด้วย เพื่อไม่ให้เหนียวข้นไป (ทริคแนะนำ หากใช้ยาแนวที่ผสมแล้วไปสักพักจนเริ่มเหนียวข้นเกิน ให้ผสมใหม่ อย่าเติมน้ำแล้วคนใหม่โดยเด็ดขาด)
  • ใช้ฟองน้ำชุบหมาด ๆ เช็ดคราบยาแนวออกให้หมด
    หลังจากปาดกาวยาแนวเรียบร้อยแล้ว ก็ทิ้งไว้สักพักจนยาแนวเริ่มบ่มตัว ในช่วงนี้ให้นำฟองน้ำชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวให้ทั่ว เพื่อกำจัดรอยกาวที่ปาดเกินออกไป ที่สำคัญอย่าลืมใช้ผ้าแห้งเช็ดอีกรอบด้วย เพื่อป้องกันความชื้นสะสม
  • บ่มยาแนวไว้ก่อน ให้กาวยาแนวทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพ
    อยากให้ยาแนวกระเบื้องสมบูรณ์แบบ มีประสิทธิภาพเต็มที่ ควรจะบ่มยาแนวไว้ก่อนในช่วง 72 ชั่วโมงแรก โดยใช้กระดาษห่อของสีน้ำตาลมาคลุมไว้ เพื่อป้องกันฝุ่นละออง และเศษสิ่งสกปรกติดบนพื้นผิว การบ่มควรจะใช้กระดาษแบบนี้เท่านั้น ห้ามใช้พลาสติกและหนังสือพิมพ์โดยเด็ดขาด
  • ทำความสะอาดอีกรอบเพื่อความเป๊ะ ก่อนเปิดใช้งานจริง
    หลังจากยาแนวไปแล้ว 10 วัน อย่าลืมทำความสะอาดกระเบื้องอีกครั้ง เพื่อให้เศษกาวที่ยังหลงเหลืออยู่หลุดออกไปให้หมด จะใช้แค่น้ำสบู่ผสมน้ำอุ่นแล้วเช็ดก็ได้ หรือถ้าคราบเยอะก็สามารถเลือกใช้น้ำยาจระเข้ทำความสะอาดร่องยาแนวก็ได้เช่นกัน เพียงเท่านี้จะช่วยให้วิธียาแนวกระเบื้องสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม

กาวซีเมนต์ คืออะไร

ในการต่อเติมบ้านหรือสร้างบ้าน กาวซีเมนต์ถึงเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เพื่อให้พื้นกระเบื้องเรียบสวยดูหน้าใช้งานโดยขั้นตอนนี้มีความสำคัญไม่แพ้กันฉาบปูหรืองานฝีมืออื่นๆเลย ซึ่งจะทำให้บ้านของท่านนั้นดูสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นตอบโจทย์ในเรื่องของความคงทนและช่วยเพิ่มอายุการใช้งานอย่างยาวนานนั้นเองครับ โดยปูนกาวหรือกาวซีเมนต์ ใช้สำหรับปูกระเบื้องประเภทต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วทำไมถึงเลือกใช้กาวซีเมนต์หรือปูนกาว เกิดจากปูนและดินทรายที่มีคุณภาพสูงมาผสมรวมกัน จากนั้นนำไปผสมกับน้ำสะอาดและนำไปปูกระเบื้องได้เลยทำให้ง่ายต่อการใช้งานและคุณสมบัติดีเกินคาด

ข้อดีกาวซีเมนต์

มีความเหนียวยึดเกาะได้นาน

 ในส่วนผสมปูนกาวมีการใส่สารที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะเข้าไป ทำให้ปูนกาวมีความเหนียวและยึดเกาะได้นานไม่หลุดล่อนได้ง่าย ใช้งานร่วมกับการปูกระเบื้องที่ถูกวิธี ไม่ปูกระเบื้องแบบซาลาเปา หรือปูกระเบื้องแบบขี้หนู ก็ช่วยให้กระเบื้องของเรายึดเกาะกับพื้นได้อย่างยาวนาน ไม่แตกหักหลุดล่อนได้ง่าย

ใช้งานง่ายและติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว

ปูนกาวใช้งานได้ง่ายเพียงแค่ผสมน้ำสะอาดก็ใช้งานได้ ต่างจากปูนซีเมนต์ที่ต้องใช้ทรายเป็นส่วนผสม รวมไปถึงต้องนำกระเบื้องไปแช่น้ำก่อนอย่างน้อยหนึ่งวัน ทำให้ต้องใช้เวลาในการปูกระเบื้องมากกว่าการใช้ปูนกาวปูกระเบื้อ

ข้อจำกัดน้อย

การใช้ปูนกาวปูกระเบื้องช่วยลดข้อจำกัดไปการปูกระเบื้องได้ไปหลายข้อ สามารถปูกระเบื้องได้หลายขนาด ไปจนกระเบื้องขนาดใหญ่พิเศษ และสามารถปูทับกระเบื้องเก่าได้เลย ในขณะปูนซีเมนต์แบบดั้งเดิมไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้

วิธีการเตรียมกาวซีเมนต์สำหรับใช้งาน

  • เตรียมพื้นผิวให้พร้อม ยึดเกาะแน่นกว่าเดิม
    ก่อนจะปูกระเบื้องต้องทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาดเสียก่อน พื้นจะต้องไม่มีฝุ่น สิ่งสกปรก คราบน้ำมัน เศษปูน สี หรือน้ำยาบ่มคอนกรีต เพื่อให้ปูนกาวจระเข้ยึดเกาะได้แบบเต็มประสิทธิภาพ มีดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับพื้นแบบต่าง ๆ ดังนี้

  • ผสมปูนกาวจระเข้กับน้ำ
    นำปูนกาวซีเมนต์จระเข้มาผสมกับน้ำ ตามอัตราส่วนที่อยู่บนถุง โดยเตรียมน้ำก่อนแล้วค่อยเทปูนลงไป จากนั้นก็คนให้เข้ากัน หรือใช้เครื่องผสมรอบต่ำประมาณ 150 รอบ เป็นตัวช่วยก็ได้ ทิ้งปูนกาวที่ผสมแล้วไว้ประมาณ 15 นาที ให้เคมีบ่มตัว แล้วคนอีกรอบก่อนจะเริ่มใช้งาน

  • ปาดปูนกาวลงบนผนังให้เป็นร่อง
    การปาดปูนกาวเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้พื้นหรือผนังกระเบื้องแข็งแกร่ง ระดับความหนาที่เหมาะสมอยู่ที่ 2-10 มม. ควรจะเลือกใช้เกรียงหวีจระเข้ที่ออกแบบมาให้มีร่องเหมาะกับกระเบื้องขนาดต่าง ๆ มีด้านหวีและด้านเรียบ

  • จัดแนวภายใน 15 นาที ก่อนปูนกาวเซ็ตตัว
    วางแผ่นกระเบื้องลงบนปูนกาวที่ปาดเป็นร่อง ใช้ค้อนยางเคาะแผ่นกระเบื้องเบา ๆ ทั่วทั้งแผ่น เพื่อให้ปูนกาวติดแน่นทั่วทั้งแผ่น ถ้าอยากจะจัดแนวเพิ่มเติม ควรทำให้เสร็จในเวลา 15 นาที ก่อนเนื้อปูนจะเซ็ตตัว แล้วกดแผ่นกระเบื้องให้เต็มที่ทั่วทุกจุด ห้ามขยับกระเบื้องหลังเลยเวลาแล้วเด็ดขาด

  • บ่มกระเบื้องไว้ และยาแนวให้เรียบร้อย
    เมื่อปูกระเบื้องเสร็จแล้ว ควรบ่มทิ้งไว้ก่อนประมาณ 24-48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่หน้างานด้วย จากนั้นก็ยาแนวให้เรียบร้อย โดยควรเลือกใช้ยาแนวจระเข้ ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสมกับพื้นที่แบบต่าง ๆ เพื่อป้องกันคราบสกปรก และยาแนวหลุดล่อนก่อนเวลาอันควร

สามารถติดตามข่าวสินค้าจากเราได้ Fanpage: คลังกระเบื้อง