ท่อพีวีซี สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ JIS

        ท่อพีวีซี หรือท่อพลาสติกที่ทนทานต่อการกัดกร่อน ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในการใช้เป็นท่อสำหรับสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ มาตรฐาน JIS หรือมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น กำหนดข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพและความปลอดภัยของท่อพีวีซี ทำให้มั่นใจได้ว่าท่อพีวีซีที่ใช้สำหรับสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์จะมีความทนทานและปลอดภัย ท่อพีวีซีที่ใช้สำหรับสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอในการติดตั้งและทนต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ ท่อพีวีซีที่ผ่านมาตรฐาน JIS จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการติดตั้งสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ที่ปลอดภัยและมีความทนทาน ท่อพีวีซี ท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS จำหน่ายโดยคลังกระเบื้อง ติดตามข้อมูลดีๆ ได้ที่ เพจคลังกระเบื้อง จัดส่งทั่วประเทศ

เลือกแบรนด์

ท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS สีขาว

มารู้จัก ท่อเดินสายไฟ ใครว่าไม่สำคัญ ซึ่งอะไรที่เกี่ยวงานระบบไฟฟ้านั้นนับว่ามีความสำคัญมากทั้งสิ้น เพราะเกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยต่อทรัพย์สิน และชีวิตของทุกคน ในบ้าน และการเดินสายไฟภายในบ้านและอาคารนั้น วัสดุอุปกรณ์การเดินสายไฟฟ้าต้องได้มาตรฐาน ถูกระเบียบข้อบังคับของการไฟฟ้า แข็งแรงทนทาน เพื่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานที่ยาวนาน และยังช่วยให้สายไฟภายในบ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อีกด้วย ท่อ PVC สีขาว หรือ Upvc ใช้สำหรับงานท่อร้อยสายไฟฟ้า และสายโทรศัพท์ มีความยาวมาตรฐาน อยู่ที่ 2.9 เมตร เช่นเดียวกับท่อพีวีซีสีเหลือง แม้ขณะนี้จะยังไม่มีมาตรฐาน มอก. มารับรอง แต่ท่อก็ผลิตขึ้นตามมาตรฐานอื่น คือ มาตรฐาน JIS มีขนาด 3/8 นิ้วจนถึง 2 นิ้ว

การใช้งานทั่วไปท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS
– ท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS หรือท่อพลาสติกที่มีมาตรฐานญี่ปุ่น (JIS) ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการติดตั้งระบบไฟฟ้าและสื่อสาร ท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS มีความทนทานต่อสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง

การติดตั้ง
– การติดตั้งท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS ค่อนข้างง่าย ท่อสามารถตัดได้ด้วยเลื่อยมือหรือเครื่องตัดท่อพีวีซี และสามารถเชื่อมต่อกันด้วยข้อต่อที่มีมาตรฐานเดียวกัน การติดตั้งควรทำโดยผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานกับท่อพีวีซี

การบำรุงรักษา
– ท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS ไม่ต้องการการบำรุงรักษามากนัก อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเป็นประจำเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการเสื่อมสภาพหรือการแตกหัก หากพบว่าท่อมีปัญหา ควรทำการแก้ไขหรือทดแทนทันที

การนำมาใช้
– ท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS สามารถนำมาใช้ในหลายๆ งาน เช่น การติดตั้งระบบไฟฟ้า การติดตั้งระบบสื่อสาร หรือการใช้เป็นท่อระบายน้ำ ด้วยความทนทานและความยืดหยุ่นของท่อพีวีซี ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในทั้งงานอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง ทั้งนี้ การใช้งานท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตและมาตรฐาน JIS เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ผลิตภัณฑ์ uPVC (Unplasticized Polyvinyl Chloride) หรือ พีวีซีแข็ง (Rigid PVC) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้งานการก่อสร้าง มีคุณสมบัติ
– ปลอดภัยจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
– ไม่ลามไฟ
– ดัดเย็นได้มากถึง 90 องศา
– ข้อต่อและอุปกรณ์ครบครัน
– เนื้อท่อสีขาว
– ทนทานต่อแสงแดด
– หาซื้อง่าย และน้ำหนักเบา
– มาตรฐาน IEC/BS 

การเลือก ท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS สีขาว

1. ประเภทของท่อ
– ท่อแข็ง (Rigid Conduit) เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟลอย บนผนัง ฝ้าเพดาน หรือพื้น
– ท่ออ่อน (Flexible Conduit) เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟในผนัง ใต้พื้น หรือจุดที่ต้องการความยืดหยุ่น

2. ขนาดของท่อ
– เลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับจำนวนสายไฟที่ต้องการร้อย
– ท่อขนาดเล็ก (16-25 มม.) เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟจำนวนน้อย
– ท่อขนาดกลาง (32-40 มม.) เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟทั่วไป
– ท่อขนาดใหญ่ (50 มม. ขึ้นไป) เหมาะสำหรับงานเดินสายไฟจำนวนมาก

3. คุณสมบัติของท่อ
– ผลิตจากวัสดุ UPVC เกรดดี ทนทาน ไม่ลามไฟ
– มาตรฐาน JIS C 8430 มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย
– ทนต่อสภาพอากาศ ทนความร้อน ทนแรงกระแทก
– ป้องกันปลวก มด แมลง
– ฉนวนไฟฟ้า ปลอดภัย

4.ราคา ท่อ
– ราคาท่อจะขึ้นอยู่กับขนาด ความหนา และยี่ห้อ เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ

วิธีการติดตั้ง ท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS สีขาว

ขั้นตอนที่ 1 การวัดและตัดท่อ
– วัดความยาวที่คุณต้องการสำหรับท่อพีวีซีของคุณ และใช้เลื่อยมือหรือเครื่องตัดท่อพีวีซีเพื่อตัดท่อตามขนาดที่คุณต้องการ

ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมท่อ
– ใช้กระดาษทรายเพื่อทำความสะอาดและทำให้ผิวท่อเรียบร้อย นำท่อไปล้างด้วยน้ำและทำให้แห้ง

ขั้นตอนที่ 3 การติดตั้งข้อต่อ
– นำข้อต่อที่มีมาตรฐานเดียวกันมาติดตั้งกับท่อ ใช้กาวพีวีซีเพื่อทำให้ข้อต่อแน่นหนา

ขั้นตอนที่ 4 การตรวจสอบ
– หลังจากที่ท่อและฟิตติ้งติดตั้งเสร็จสิ้น ให้ตรวจสอบว่าท่อและฟิตติ้งติดกันอย่างแน่นหนาและไม่มีรอยรั่ว

ขั้นตอนที่ 5 การติดตั้งท่อ
– นำท่อพีวีซีที่ติดตั้งฟิตติ้งแล้วไปติดตั้งในที่ที่คุณต้องการ ทั้งนี้ การติดตั้งท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานกับท่อพีวีซี

การดูแลรักษาท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS สีขาว

ท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS มีความทนทานและความยืดหยุ่น ทำให้ไม่ต้องการการดูแลรักษามากนัก อย่างไรก็ตาม มีขั้นตอนบางอย่างที่ควรทำเพื่อให้ท่อพีวีซีของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

1.การตรวจสอบท่อ
– ควรตรวจสอบท่อพีวีซีของคุณเป็นประจำ เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการเสื่อมสภาพหรือการแตกหัก หากพบว่าท่อมีปัญหา ควรทำการแก้ไขหรือทดแทนทันที

2.การทำความสะอาดท่อ
– ท่อพีวีซีควรถูกทำความสะอาดเป็นประจำ ใช้ผ้าหรือฟองน้ำทำความสะอาดท่อ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่รุนแรงที่อาจทำให้ท่อพีวีซีเสื่อมสภาพ

3.การป้องกันแสงแดด
– ท่อพีวีซีอาจจะเสื่อมสภาพถ้าได้รับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน หากท่อของคุณต้องติดตั้งในที่ที่ได้รับแสงแดด ควรใช้วิธีการป้องกัน เช่น การทาสีหรือการใช้ท่อที่มีการป้องกัน UV

4.การป้องกันการกระแทก
– ท่อพีวีซีควรถูกป้องกันจากการกระแทกหรือการบดบัง หากท่อต้องติดตั้งในที่ที่มีการเคลื่อนไหวมาก ควรใช้วิธีการป้องกัน เช่น การใช้ฉนวนหรือการติดตั้งท่อในท่อใหญ่กว่า ทั้งนี้ การดูแลรักษาท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิต และมาตรฐานJIS เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ข้อดีและข้อเสีย ท่อพีวีซีไฟฟ้า JIS สีขาว

ข้อดี

– เหมาะกับงานต่อเติมและงานดีไซน์แบบเดินลอยบนผนัง เพราะสีขาวกลมกลืนกับผนังได้ดี
– โดยใช้สปริงดัดท่อ แทนความร้อน สะดวก ประหยัดข้อต่อ และรวดเร็ว
– เป็นฉนวนไฟฟ้า ไม่ลามไฟ

ข้อเสีย

– แพงกว่าท่อร้อยสายไฟสีเหลือง
– สีขาวอาจดูสกปรกได้ง่ายกว่าสีเหลือง
– บางรุ่นอาจมีความหนาน้อยกว่าท่อร้อยสายไฟสีเหลือง

ความแตกต่าง ท่อ JIS และ BS

 

ท่อพีวีซีไฟฟ้าJIS

 

– มาตรฐานที่มาจาก ประเทศญี่ปุ่น (Japanese Industrial Standards) ผลิตตามมาตรฐาน JIS C 8430 ของประเทศญี่ปุ่น ท่อพีวีซีที่ผลิตตามมาตรฐานนี้ก็มักจะมีสีขาว
– มีขนาดตั้งแต่ 3/8 นิ้ว ถึง 2 นิ้ว
– เหมาะสำหรับงานเดินลอยหรือเดินสายไฟภายในอาคารทั่วไป

ข้อดี

– ผนังท่อหนากว่าBS
– ทนแรงดันได้มากกว่าBS
– มีความทนทานสูง

ข้อเสีย

– หาซื้อยากกว่า
– มีราคาแพงกว่า
– อุปกรณ์มีจำกัด

 

ท่อพีวีซีไฟฟ้าBS

 

– มาตรฐานที่มาจาก ประเทศอังกฤษ (British Standard) ผลิตตามมาตรฐานสากล IEC 61386 ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ท่อพีวีซีที่ผลิตตามมาตรฐานนี้มักจะมีสีขาว
– มีขนาดตั้งแต่ 3/8 นิ้ว ถึง 1-1/2 นิ้ว
– เหมาะสำหรับงานเดินลอยหรือเดินสายไฟบนฝ้าในอาคาร

ข้อดี

– หาซื้อได้ง่าย
– มีราคาถูกกว่า
– มีอุปกรณ์ครบครัน

ข้อเสีย

– ผนังท่อบางกว่า JIS
– ทนแรงดันได้น้อยกว่า JIS

ท่อ PVC แต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร​

ท่อพีวีซีเป็นท่อที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพีวีซี (PVC หรือ โพลิไวนิลคลอไรด์) และถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนท่อเหล็กที่มีราคาสูง ท่อพีวีซีสามารถนำมาใช้ในหลายประเภทของงาน ไม่ว่าจะเป็นงานประปา งานไฟฟ้า หรืองานการเกษตร คุณสมบัติของท่อพีวีซีคือมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็ก ไม่เป็นสนิม ปลอดภัย ทนต่อการกัดกร่อนจากกรดและด่าง วัสดุที่ใช้ผลิตเป็นฉนวนกันไฟฟ้า ไม่ลุกลามไฟ และมีผิวที่เรียบลื่น ท่อพีวีซีจะถูกแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาและสีของท่อ ดังนี้

ท่อพีวีซี(PVC) ท่อประปา
ท่อพีวีซี สีฟ้า (ท่อประปา)

ท่อพีวีซีสีฟ้า เหมาะสำหรับใช้งานในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำดื่ม ท่อรับความดัน หรือท่อระบายน้ำ ท่อพีวีซีสีฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยมีมาตรฐาน มอก.17 และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄2 นิ้ว จนถึง 24 นิ้ว ท่อพีวีซีแบ่งเป็น 3 ระดับคุณภาพ ตามความดันที่กำหนดให้สำหรับใช้งาน (working pressure) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ดังนี้

– PVC 5 รับความดันได้สูงสุด 0.5 เมกะพาสคัล
– PVC 8.5 รับความดันได้สูงสุด 0.85 เมกะพาสคัล
– PVC 13.5 รับความดันได้สูงสุด 1.35 เมกะพาสคัล

โดยที่ 1 เมกะพาสคัลเท่ากับ 9.87 ความดันบรรยากาศ 10.20 ก.ก./ตร.ซม. หรือ 145.04 ปอนด์ / ตร.นิ้ว 101.97 ความสูงของน้ำหน่วย ม.

ท่อพีวีซี ไฟฟ้า
ท่อพีวีซี สีเหลือง (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีเหลือง เหมาะสำหรับใช้งานเป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าและท่อร้อยสายโทรศัพท์ ที่ผลิตตามมาตรฐานมอก.216 มีระดับคุณภาพที่แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1,2 และ3 โดยประเภทที่ 1 มีความหนามากที่สุด และประเภทที่ 3 มีความหนาน้อยที่สุด ท่อพีวีซีเน้นในเรื่องความเป็นฉนวนไฟฟ้า ทำให้เหมาะสำหรับใช้ในงานร้อยสายในที่ร่ม มีขนาดตั้งแต่ 3/8 นิ้ว จนถึง 4 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเหลืองประเภทที่ 1 มีราคาใกล้เคียงกับท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5

ท่อพีวีซี งานสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ JIS
ท่อพีวีซี สีขาว (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีขาวมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าท่อพีวีซีสีเหลือง โดยสามารถทนต่อรังสี UV ได้ เนื่องจากเนื้อท่อเป็นพลาสติก UPVC และสามารถดัดเย็นท่อได้มากกว่า 90 องศา โดยการดัดท่อจะใส่แท่งที่มีลักษณะคล้ายสปริงลงไปในท่อ เพื่อให้เป็นแกนในการดัดท่อให้โค้งงอตามต้องการ ท่อพีวีซีสีขาวยังสะดวกในการทาสีทับมากกว่าสีเหลือง ทำให้ท่อพีวีซีสีขาวเป็นท่อร้อยสายที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งานมากกว่า แต่ท่อสีขาวมีราคาสูงกว่าท่อสีเหลือง โดยประมาณ 25-50%

ท่อพีวีซีสีขาวนิยมใช้งานในสองมาตรฐานดังนี้
1. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน JIS (เกลียว นิ้ว, เกลียวหุน) เนื่องจากมีขนาดท่อเท่ากับท่อพีวีซีประปาสีฟ้าและไฟฟ้าสีเหลือง
2. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน BS (เกลียว มม.)

ท่อพีวีซี ท่อการเกษตร ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา
ท่อพีวีซี สีเทา (ท่องานเกษตร)

ท่อพีวีซีสีเทาเหมาะสำหรับงานเกษตรกรรมและงานท่อน้ำที่รับแรงดันต่ำ แม้ว่าท่อสีเทาจะไม่มีมาตรฐาน มอก. มารับรอง แต่มีระดับคุณภาพเดียว คือ PVC 5A ซึ่งมีคุณภาพต่ำกว่า PVC 5 ของท่อประปาสีฟ้า ท่อชนิดนี้จะมีตราประทับสีแดงอยู่บนท่อ และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄4 นิ้วจนถึง 5 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเทาสำหรับงานเกษตรกรรมระดับคุณภาพ 5A มีราคาถูกกว่าท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5 โดยประมาณครึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ ท่อพีวีซีสีเทายังมีอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับใช้เป็นท่อส่งสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม ท่อระบายน้ำทิ้ง และท่อในงานชลประทาน ซึ่งผลิตตามมาตรฐาน มอก.999 มีขนาดและระดับคุณภาพเหมือนกับท่อพีวีซีสีฟ้า

ท่อพีวีซี สีเขียว (ท่อประปาน้ำร้อน)

ท่อพีวีซีเสีเขียว หมาะสำหรับใช้งานในการประปาน้ำร้อน เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องทำน้ำร้อนในบ้านหรืออพาร์ทเมนต์ ซึ่งมักจะนิยมในต่างประเทศหรือโรงแรมขนาดใหญ่ ท่อพีวีซีสามารถทนแรงดันได้สูงสุด 20 บาร์ และผลิตจากพีวีซีที่มีคุณภาพสูงกว่าท่อประปาทั่วไป (พลาสติก พีพีอาร์) ทำให้สามารถทนต่อความร้อนได้สูงสุด 95 องศาเซลเซียส โดยท่อจะไม่เสียหายหรือมีมารตกค้างมากับน้ำ ท่อพีวีซีสามารถใช้ทั้งในงานอุปโภคและบริโภค และสามารถรักษาอุณหภูมิของน้ำได้ดีกว่าท่อเหล็ก ท่อพีวีซีมีขนาดตั้งแต่ 1/2 นิ้ว จนถึง 6 นิ้ว และมีความหนา 2 ประเภท คือ SDR 11 (PN 10) และ SDR 6 (PN 20)

ท่อ PE ท่อการเกษตร
ท่อพีวีซี ท่อดำ (ท่องานเกษตร)

ท่อ PE คือท่อที่ผลิตมาจาก Polyethylene หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่าท่อดำ เนื่องจากมีสีดำ มีความหนาแน่นสูงผิวสัมผัสภายในตัวท่อมีความลื่นและมัน ทำให้สามารถใช้งานเป็นได้ทั้งท่อประปาและท่อไฟฟ้า มีความยืดหยุ่นสูง ในปัจจุบันได้มีการผลิตท่อPE หลายมาตรฐาน แบ่งแยกไปตามการใช้งานประเภทต่างๆ โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
1.ท่อสำหรับงานแรงดันต่ำ
2.ท่อสำหรับงานรับแรงดันสูง
ซึ่งจะแยกย่อยไปอีกตามค่า PN (ความสามารถในการรับแรงดันท่อ) และ PE (ความแข็งแรงของการรับน้ำหนักของท่อ) ซึ่งจะต้องระบุให้ถูกต้อตามการใช้งาน ซึ่งโดยส่วนมากจะนิยมใช้กันนอกอาคาร