เลือกแบรนด์

ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน

        ท่อพีพีอาร์ (PPR) เป็นวัสดุท่อพลาสติกที่ใช้ในระบบประปาและน้ำร้อน มีคุณสมบัติที่ดีในการทนความร้อนและกันการรั่วซึม มีความแข็งแรงและคงทนต่อการใช้งานในระยะยาว เป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการติดตั้งระบบประปาและน้ำร้อนในที่อาบน้ำ หรืออาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ควรใช้งานด้วยความระมัดระวังในการบริโภคน้ำร้อนเนื่องจากมีความร้อนได้สูง และอาจทำให้เกิดการไหลที่อุณหภูมิสูงได้ ดังนั้น ควรใช้งานในสภาวะที่เหมาะสมและตรวจสอบความปลอดภัย ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน จำหน่ายโดยคลังกระเบื้อง ติดตามข้อมูลดีๆ ได้ที่ เพจคลังกระเบื้อง จัดส่งทั่วประเทศ

ท่อ พีพีอาร์ น้ำร้อน กับ ท่อ พีวีซี

ท่อ PPR

1.การติดตั้ง
– ใช้เครื่องเชื่อม ให้ความร้อนกับผิวท่อ และข้อต่อ เพื่อประสานเป็นเนื้อเดียวกัน มั่นใจได้ว่าไม่มีปัญหารั่วซึม

2.คุณภาพวัสดุ
– มีความยืดหยุ่น เหนียว ไม่แตกหักเมื่อโดนเหยียบ หรือกระแทก

3.อายุการใช้งาน
– ยาวนานถึง 50 ปี ด้วยระบบการเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้อายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ไม่ต้องกังวลถึงปัญหาการรั่วซึม และแสงไม่ลอดผ่าน

4.ระบบน้ำร้อน
– ใช้ได้ โดยมีท่อรุ่น Fiber Composite และท่อรุ่นPN20 ที่รองรับอุณหภูมิสูงสุด 95 องศา

ท่อ PVC

1.การติดตั้ง
– ใช้กาวในการเชื่อมประสานท่อ และข้อต่อ อาจเกิดปัญหารั่วซึมได้ในอนาคต

2.คุณภาพวัสดุ
– ท่อพีวีซี เปราะ แตกง่าย เมื่อโดนเหยียบ ไม่ทนต่อแรงกระแทก

3.อายุการใช้งาน
– ขึ้นอยู่กับอายุกกาว และการติดตั้ง อีกทั้งยังเสื่อมสภาพได้ หากได้รับแสงอุลต้าไวโอเลท ที่มากับแสงแดดเป็นเวลานาน

4.ระบบน้ำร้อน
– อุณหภูมิที่ใช้งานได้ ไม่เกิน 50 องศา

ข้อจำกัด ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน

ข้อจำกัดท่อ PP-R ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน ไม่ทนต่อแรงกระแทก ไม่เหมาะกับการติดตั้งใต้พื้นดิน หรือ พื้นคอนกรีตที่มีการทรุดตัว และการติดตั้งต้องใช้เครื่องมือเชื่อมท่อในการหลอมเหลวท่อกับข้อต่อและอุปกรณ์อื่นให้ประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและไม่สะดวกติดตั้งในบางบริเวณ เพราะต้องจัดหาเครื่องเชื่อมที่หน้าไซต์งาน และต้องหาผู้เชี่ยวชาญในการเชื่อมท่อ รวมถึงต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง

ประเภท ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน

ประเภทท่อ PP-R
1.ท่อ PP-R ค่าระดับมาตรฐาน SDR11 PN10 ชนิดใช้กับน้ำอุ่น ใช้กับช่วงอุณหภูมิ 38-60 องศา
2.ท่อ PP-R ค่าระดับมาตรฐาน SDR6 PN20 ชนิดใช้กับน้ำร้อน ใช้กับช่วงอุณหภูมิ 38-95 องศา
**หมายเหตุ**
1.SDR (Standard Dimension Ratio) คือ อัตราส่วนระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกท่อ ต่อความหนาท่อ
2.PN คือ ชั้นความดัน

ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน PN 10

ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อนPN 10 ย่อมาจาก Polypropylene Random Copolymer ทนแรงดันได้ 10 บาร์ นิยมใช้สำหรับระบบน้ำเย็นและน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 60°C

คุณสมบัติ
– ทนทานต่อแรงดันสูง
– ทนต่อสารเคมี
– ทนต่อการกัดกร่อน
– น้ำหนักเบา
– ติดตั้งง่าย
– มีอายุการใช้งานยาวนาน

การใช้งาน
– ระบบน้ำประปาภายในอาคาร
– ระบบน้ำเย็น
– ระบบน้ำร้อน
– ระบบรดน้ำ
– ระบบอากาศ
– งานอุตสาหกรรม

ข้อควรระวัง
– ไม่ควรใช้ท่อพีพีอาร์ PN 10 กับระบบน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 60°C
– ไม่ควรใช้ท่อพีพีอาร์ PN 10 กับสารเคมีบางชนิด
– ควรเลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ขนาดท่อ
– ท่อพีพีอาร์ PN 10 มีขนาดตั้งแต่ 20 มม. ถึง 160 มม.

ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน PN 20

ท่อพีพีอาร์ PN 20 ย่อมาจาก Polypropylene Random Copolymer ทนแรงดันได้ 20 บาร์ นิยมใช้สำหรับระบบน้ำร้อนและน้ำเย็นที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 95°C

คุณสมบัติ
– ทนทานต่อแรงดันสูง
– ทนต่อสารเคมี
– ทนต่อการกัดกร่อน
– น้ำหนักเบา
– ติดตั้งง่าย
– มีอายุการใช้งานยาวนาน

การใช้งาน
– ระบบน้ำประปาภายในอาคาร
– ระบบน้ำเย็น
– ระบบน้ำร้อน
– ระบบรดน้ำ
– ระบบอากาศ
– งานอุตสาหกรรม

ข้อควรระวัง
– ไม่ควรใช้ท่อพีพีอาร์ PN 20 กับระบบน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 95°C
– ไม่ควรใช้ท่อพีพีอาร์ PN 20 กับสารเคมีบางชนิด
– ควรเลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ขนาดท่อ
– ท่อพีพีอาร์PN 20 มีขนาดตั้งแต่ 20 มม. ถึง 160 มม.

ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อน Fiber Composite

ท่อพีพีอาร์ น้ำร้อนFiber Composite เป็นท่อพีพีอาร์ (Polypropylene Random Copolymer) ที่เสริมใยแก้ว (Fiberglass) เข้าไปในเนื้อท่อ เพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และลดการยืดตัวของท่อ เหมาะสำหรับงานระบบน้ำร้อนและน้ำเย็นที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 95°C

คุณสมบัติ
– ทนทานต่อแรงดันสูง
– ทนต่อสารเคมี
– ทนต่อการกัดกร่อน
– น้ำหนักเบา
– ติดตั้งง่าย
– มีอายุการใช้งานยาวนาน
– ทนความร้อนสูง
– ทนแรงดันภายในท่อได้ดี
– ยืดตัวน้อย
– ทนต่อแรงกระแทก
– ไม่เป็นสนิม

การใช้งาน
– ระบบน้ำประปาภายในอาคาร
– ระบบน้ำเย็น
– ระบบน้ำร้อน
– ระบบรดน้ำ
– ระบบอากาศ
– งานอุตสาหกรรม

ข้อควรระวัง
– ไม่ควรใช้ท่อพีพีอาร์ Fiber Composite กับระบบน้ำที่มีอุณหภูมิสูงเกิน 95°C
– ไม่ควรใช้ท่อพีพีอาร์ Fiber Composite กับสารเคมีบางชนิด
– ควรเลือกขนาดท่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ขนาดท่อ
– ท่อพีพีอาร์ Fiber Composite มีขนาดตั้งแต่ 20 มม. ถึง 160 มม.

ท่อ PVC แต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร​

ท่อพีวีซีเป็นท่อที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพีวีซี (PVC หรือ โพลิไวนิลคลอไรด์) และถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนท่อเหล็กที่มีราคาสูง ท่อพีวีซีสามารถนำมาใช้ในหลายประเภทของงาน ไม่ว่าจะเป็นงานประปา งานไฟฟ้า หรืองานการเกษตร คุณสมบัติของท่อพีวีซีคือมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็ก ไม่เป็นสนิม ปลอดภัย ทนต่อการกัดกร่อนจากกรดและด่าง วัสดุที่ใช้ผลิตเป็นฉนวนกันไฟฟ้า ไม่ลุกลามไฟ และมีผิวที่เรียบลื่น ท่อพีวีซีจะถูกแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาและสีของท่อ ดังนี้

ท่อพีวีซี(PVC) ท่อประปา
ท่อพีวีซี สีฟ้า (ท่อประปา)

ท่อพีวีซีสีฟ้า เหมาะสำหรับใช้งานในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำดื่ม ท่อรับความดัน หรือท่อระบายน้ำ ท่อพีวีซีสีฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยมีมาตรฐาน มอก.17 และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄2 นิ้ว จนถึง 24 นิ้ว ท่อพีวีซีแบ่งเป็น 3 ระดับคุณภาพ ตามความดันที่กำหนดให้สำหรับใช้งาน (working pressure) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ดังนี้

– PVC 5 รับความดันได้สูงสุด 0.5 เมกะพาสคัล
– PVC 8.5 รับความดันได้สูงสุด 0.85 เมกะพาสคัล
– PVC 13.5 รับความดันได้สูงสุด 1.35 เมกะพาสคัล

โดยที่ 1 เมกะพาสคัลเท่ากับ 9.87 ความดันบรรยากาศ 10.20 ก.ก./ตร.ซม. หรือ 145.04 ปอนด์ / ตร.นิ้ว 101.97 ความสูงของน้ำหน่วย ม.

ท่อพีวีซี ไฟฟ้า
ท่อพีวีซี สีเหลือง (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีเหลือง เหมาะสำหรับใช้งานเป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าและท่อร้อยสายโทรศัพท์ ที่ผลิตตามมาตรฐานมอก.216 มีระดับคุณภาพที่แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1,2 และ3 โดยประเภทที่ 1 มีความหนามากที่สุด และประเภทที่ 3 มีความหนาน้อยที่สุด ท่อพีวีซีเน้นในเรื่องความเป็นฉนวนไฟฟ้า ทำให้เหมาะสำหรับใช้ในงานร้อยสายในที่ร่ม มีขนาดตั้งแต่ 3/8 นิ้ว จนถึง 4 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเหลืองประเภทที่ 1 มีราคาใกล้เคียงกับท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5

ท่อพีวีซี งานสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ JIS
ท่อพีวีซี สีขาว (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีขาวมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าท่อพีวีซีสีเหลือง โดยสามารถทนต่อรังสี UV ได้ เนื่องจากเนื้อท่อเป็นพลาสติก UPVC และสามารถดัดเย็นท่อได้มากกว่า 90 องศา โดยการดัดท่อจะใส่แท่งที่มีลักษณะคล้ายสปริงลงไปในท่อ เพื่อให้เป็นแกนในการดัดท่อให้โค้งงอตามต้องการ ท่อพีวีซีสีขาวยังสะดวกในการทาสีทับมากกว่าสีเหลือง ทำให้ท่อพีวีซีสีขาวเป็นท่อร้อยสายที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งานมากกว่า แต่ท่อสีขาวมีราคาสูงกว่าท่อสีเหลือง โดยประมาณ 25-50%

ท่อพีวีซีสีขาวนิยมใช้งานในสองมาตรฐานดังนี้
1. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน JIS (เกลียว นิ้ว, เกลียวหุน) เนื่องจากมีขนาดท่อเท่ากับท่อพีวีซีประปาสีฟ้าและไฟฟ้าสีเหลือง
2. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน BS (เกลียว มม.)

ท่อพีวีซี ท่อการเกษตร ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา
ท่อพีวีซี สีเทา (ท่องานเกษตร)

ท่อพีวีซีสีเทาเหมาะสำหรับงานเกษตรกรรมและงานท่อน้ำที่รับแรงดันต่ำ แม้ว่าท่อสีเทาจะไม่มีมาตรฐาน มอก. มารับรอง แต่มีระดับคุณภาพเดียว คือ PVC 5A ซึ่งมีคุณภาพต่ำกว่า PVC 5 ของท่อประปาสีฟ้า ท่อชนิดนี้จะมีตราประทับสีแดงอยู่บนท่อ และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄4 นิ้วจนถึง 5 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเทาสำหรับงานเกษตรกรรมระดับคุณภาพ 5A มีราคาถูกกว่าท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5 โดยประมาณครึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ ท่อพีวีซีสีเทายังมีอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับใช้เป็นท่อส่งสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม ท่อระบายน้ำทิ้ง และท่อในงานชลประทาน ซึ่งผลิตตามมาตรฐาน มอก.999 มีขนาดและระดับคุณภาพเหมือนกับท่อพีวีซีสีฟ้า

ท่อพีวีซี สีเขียว (ท่อประปาน้ำร้อน)

ท่อพีวีซีเสีเขียว หมาะสำหรับใช้งานในการประปาน้ำร้อน เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องทำน้ำร้อนในบ้านหรืออพาร์ทเมนต์ ซึ่งมักจะนิยมในต่างประเทศหรือโรงแรมขนาดใหญ่ ท่อพีวีซีสามารถทนแรงดันได้สูงสุด 20 บาร์ และผลิตจากพีวีซีที่มีคุณภาพสูงกว่าท่อประปาทั่วไป (พลาสติก พีพีอาร์) ทำให้สามารถทนต่อความร้อนได้สูงสุด 95 องศาเซลเซียส โดยท่อจะไม่เสียหายหรือมีมารตกค้างมากับน้ำ ท่อพีวีซีสามารถใช้ทั้งในงานอุปโภคและบริโภค และสามารถรักษาอุณหภูมิของน้ำได้ดีกว่าท่อเหล็ก ท่อพีวีซีมีขนาดตั้งแต่ 1/2 นิ้ว จนถึง 6 นิ้ว และมีความหนา 2 ประเภท คือ SDR 11 (PN 10) และ SDR 6 (PN 20)

ท่อ PE ท่อการเกษตร
ท่อพีวีซี ท่อดำ (ท่องานเกษตร)

ท่อ PE คือท่อที่ผลิตมาจาก Polyethylene หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่าท่อดำ เนื่องจากมีสีดำ มีความหนาแน่นสูงผิวสัมผัสภายในตัวท่อมีความลื่นและมัน ทำให้สามารถใช้งานเป็นได้ทั้งท่อประปาและท่อไฟฟ้า มีความยืดหยุ่นสูง ในปัจจุบันได้มีการผลิตท่อPE หลายมาตรฐาน แบ่งแยกไปตามการใช้งานประเภทต่างๆ โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
1.ท่อสำหรับงานแรงดันต่ำ
2.ท่อสำหรับงานรับแรงดันสูง
ซึ่งจะแยกย่อยไปอีกตามค่า PN (ความสามารถในการรับแรงดันท่อ) และ PE (ความแข็งแรงของการรับน้ำหนักของท่อ) ซึ่งจะต้องระบุให้ถูกต้อตามการใช้งาน ซึ่งโดยส่วนมากจะนิยมใช้กันนอกอาคาร