ท่อพีวีซีประปา

        ท่อพีวีซีประปา เป็นท่อที่มีความทนทานและมีความยืดหยุ่นสูง ทำให้สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ท่อพีวีซีประปามีคุณสมบัติที่ดีในการทนต่อการกัดกร่อนและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานในระบบประปาทั้งใน และนอกอาคาร ท่อพีวีซีประปายังมีความสามารถในการทนต่อความดันของน้ำที่สูง ทำให้สามารถใช้งานได้ในระบบประปาที่มีความต้องการความดันน้ำที่สูง เพื่อใช้อุปโภค บริโภคจำหน่ายโดยคลังกระเบื้อง ติดตามข้อมูลดีๆ ได้ที่ เพจคลังกระเบื้อง จัดส่งทั่วประเทศ

เลือกแบรนด์

รอบรู้เรื่อง ท่อพีวีซีประปา

เป็นระบบส่งน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค โดยมี ท่อส่งน้ำไปยังจุดจ่ายน้ำต่างๆ ในที่พักอาศัย เช่น ห้องน้ำ, ห้องครัว ฯลฯ
ชนิดของท่อที่ใช้
– ท่อพีวีซี (PVC)
– ท่อพีอี (HDPE)
ท่อพีวีซีได้รับความนิยมสูงสุด เนื่องจากอายุการใช้งานยาวนาน ราคาไม่แพง ต่อประกอบ และซ่อมแซมได้ง่าย โดยท่อพีวีซีที่ใช้มีขนาด 1/2 – 1 นิ้ว และควรใช้ท่อผีวีซีชั้นคุณภาพ 13.5 ซึ่งเหมาะสำหรับงานรับแรงดันสูง ที่เกิดจาการทำงานของปั๊มน้ำ

เป็นระบบที่ระบายน้ำเสีย ออกจากอาคารที่พักอาศัยไปสู่ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบระบายน้ำสาธารณ: โดยท่อที่ใช้เป็นท่อพีวีซี (PVC) ที่มีขนาดใหญ่ กว่าท่อประปาน้ำคื คือ 2 – 10 นิ้ว และเป็นท่อชั้นคุณภาพ 5 สำหรับงาน ระบายน้ำที่ไม่มีแรงดันกายในเส้นท่อ ระบบระบายน้ำแบ่งเป็น 4 ระบบย่อย ได้แก่

1.ระบบระบายน้ำทิ้ง – ระบายน้ำเสียที่ไม่มีสิ่งปฏิกูล
– น้ำจากรูระบาย
– น้ำทิ้งที่พื้น
– อ่างล้างมือ
– อ่างอาบน้ำ
โดยใช้ท่อขนาด 2 ต่อจากจุดระบายน้ำ ก่อนต่อเข้าสู่ถังบำบัด

2.ระบบระบายน้ำใสโครก – ระบายน้ำเสียที่มีส่งปฏิกูล
– โถปัสสาวะ
– โถชักโครก
โดยใช้ท่องนาด 2- 4 ต่อจากจุดระบายน้ำก่อนต่อเข้าสู่ถังบำขัด

3.ระบบระบายอากาศ – ระบายอากาศและกลิ่นเหม็นที่มาจากระบบระบาย
– น้ำโสโครก
– ระบบระบายน้ำทิ้งออกนอกอาคาร
โดยใช้ท่อขนาด 1 1/2 – 2

4.ระบบระบายน้ำทิ้งจากครัว – ระบายน้ำเสียจากอ่างล้างจานในห้องครัว
โดยใช้ท่อขนาด 2 ต่อจากจุดระบายน้ำผ่านข้าถังดักไขมัน ก่อนระบายน้ำ ไปสู่ระบบระบายน้ำสารารณะ เพื่อป้องกันเส้นท่ออุดตัน จากไขมันในเศษอาหารที่ มักเกาะตามผิวท่อ

วิธีดูขนาดท่อPVC ดูตรงไหน

การตรวจสอบขนาดท่อพีวีซี (PVC) อาจเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ โดยเฉพาะเมื่อต้องการซื้อท่อพีวีซี และไม่สามารถบอกช่างได้ว่าต้องการท่อพีวีซีขนาดเท่าไหร่ วันนี้จะมาแชร์เทคนิคในการตรวจสอบขนาดท่อพีวีซี ที่จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบ และซื้อท่อพีวีซีได้อย่างถูกต้อง และไม่ผิดขนาด

ทั่วไปแล้ว ท่อพีวีซีทุกชนิดจะมีการสกรีนขนาดท่อไว้บนท่ออย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ หรือขนาดนิ้ว-มิลลิเมตร แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ การอ่านขนาดท่อที่สกรีนไว้บนท่ออาจจะเป็นเรื่องที่ยาก และมีผู้ที่มักจะพกไม้บรรทัดไปวัดขนาดท่อ ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง และอาจทำให้เสียเงินเปล่าเพราะซื้อท่อที่มีขนาดผิด

สำหรับมือใหม่ ให้ยึดหลัก 4 วิธีการดูท่อพีวีซีดังนี้

1.ขนาด หรือ ไซซ์ (นิ้ว/หุน)
– ท่อพีวีซีทุกขนาดและทุกยี่ห้อ จะมีการสกรีนขนาดท่อบนท่ออย่างชัดเจน หน่วยที่ใช้เรียกบนท่อคือ “นิ้ว” หรือที่ช่างมักจะเรียกว่า “หุน” ซึ่งอาจทำให้บางคนเข้าใจผิดว่าเป็นหน่วยวัดที่เหมือนกับการวัดแบบปกติ และนำไม้บรรทัดมาวัดขนาดท่อ แต่ในความเป็นจริง หน่วย “นิ้ว” ที่ใช้เรียกนั้นเป็นเพียงคำเรียก วิธีการตรวจสอบขนาดท่อที่ถูกต้องคือ ดูตัวเลขที่สกรีนไว้บนท่อ

2.ชั้นความดันท่อ
– หลายคนที่ต้องการซื้อท่อพีวีซีอาจจะเจอคำถามที่พนักงานร้านมักจะถาม คือ “ต้องการท่อที่มีความดันเท่าไหร่ หรือ Class อะไร” และบางคนอาจจะสงสัยว่า ความดันท่อพีวีซีคืออะไร และมันมีความสำคัญหรือไม่ เราจะมาช่วยคลายข้อสงสัยเหล่านี้ พร้อมทั้งแนะนำเทคนิคในการเลือกท่อที่เหมาะสมตาม Class ตามวิธีของมืออาชีพ

ชั้นความดันท่อเป็นมาตรฐานคุณภาพที่กำหนดขึ้นเพื่อวัดคุณภาพของท่อพีวีซี ช่วยให้เราสามารถแบ่งประเภทการใช้งานท่อได้อย่างเหมาะสม ท่ออยู่ใน Class ที่สูงขึ้นจะมีเนื้อท่อที่หนาขึ้น ทำให้สามารถรับแรงดันน้ำที่มากขึ้นได้

ความดันมาตรฐานของท่อพีวีซีเป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการเลือกท่อที่เหมาะสมกับงานที่ต้องการ ท่อพีวีซีสีฟ้าเป็นที่นิยมในงานประปาสำหรับบริโภค อุปโภค และระบบปั้มน้ำ เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถทนต่อสภาพอากาศได้ดี และป้องกันแสงยูวี ท่อพีวีซีสีฟ้ามีการแบ่งระดับการใช้งานออกเป็น 3 ระดับ โดยเกณฑ์ในการแบ่งจะยึดตามความดันมาตรฐานของท่อ

3.สีของท่อพีวีซี
– สีของท่อพีวีซีไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการแยกประเภทการใช้งานของท่อพีวีซีประเภทต่างๆ ทำให้เลือกใช้งานได้ง่ายขึ้น และถ้าเลือกประเภทที่ถูกต้อง จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน และไม่ต้องเปลี่ยนท่อบ่อยๆ ท่อพีวีซีมักจะแบ่งออกเป็นสีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ท่อพีวีซีสีฟ้า, ท่อพีวีซีสีขาว, ท่อพีวีซีสีเหลือง, และท่อพีวีซีสีเทา

4.สัญลักษณ์คุณภาพ
– ท่อที่ผลิตมาตามมาตรฐานและมีคุณภาพจะได้รับเครื่องหมาย มอก. ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม การเลือกใช้ท่อพีวีซีที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. อาจทำให้อายุการใช้งานของท่อลดลงอย่างรวดเร็ว ท่ออาจแตกหรือเปราะบางได้ง่าย และอาจเกิดการตกค้างของสารเคมี ทำให้ไม่สามารถกันชนวนไฟฟ้าได้ ซึ่งสามารถเป็นอันตรายต่อชีวิต

ความยาวของท่อพีวีซี (ท่อPVC) ตามมาตรฐาน
– ท่อพีวีซี (ท่อPVC) สีฟ้า ชนิดธรรมดาและบานหัว ความยาวอยู่ที่ 4 เมตร
– ท่อพีวีซี (ท่อPVC) สีฟ้า ชนิดต่อด้วยแหวนยาง ความยาวอยู่ที่ 6 เมตร

คลังกระเบื้องจะมาสรุปความยาวของท่อพีวีซี (ท่อPVC) ฉบับเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่
1.ท่อ PVC สีฟ้า ชนิดธรรมดาและบานหัว จะใช้สำหรับงานประปาทั่วไป และแบบบานหัวจะนิยมใช้สำหรับงานเกษตร โดยท่อ PVC ชนิดนี้มีความยาวมาตรฐานที่ 4 เมตร
2.ท่อ PVC สีฟ้า ชนิดต่อด้วยแหวนยาง จะใช้ในงานสาธารณูปโภคหรือระบบประปาภายในครัวเรือน รวมถึงระบบประปาขนาดใหญ่ซึ่งอาจจะต้องเดินท่อในระยะไกลจึงมีความยาวในระดับ 6 เมตร ซึ่งสามารถสังเกตได้เลยว่าท่อ PVC ชนิดนี้มีความยาวมากกว่าแบบอื่น

หลักในการเทียบ หุน-นิ้ว-มิล

เมื่อต้องการเทียบหน่วยความยาวระหว่างหุน (inch), นิ้ว (inch) และมิลลิเมตร (mm) สามารถทำได้ดังนี้
1.แปลงหุนเป็นนิ้ว 1 นิ้ว = 8 หุน
2.แปลงนิ้วเป็นมิลลิเมตร 1 นิ้ว = 25.4 มิลลิเมตร

เราสามารถคำนวณหาค่ามิลลิเมตรจากหน่วยหุนได้ดังนี้:
– หาค่านิ้วจากหุน 6 หุน / 8 = 0.75 นิ้ว
– แปลงนิ้วเป็นมิลลิเมตร 0.75 นิ้ว x 25.4 มิลลิเมตร/นิ้ว = 19.05 มิลลิเมตร

ดังนั้น ท่อขนาด 6 หุน มีความยาวประมาณ 19.05 มิลลิเมตร

ตารางเปรียบเทียบ
หุน นิ้ว มิล (mm.)
1 หุน ⅛" 3.18 มิล
2 หุน ¼" 6.35 มิล
3 หุน ⅜" 9.53 มิล
4 หุน ½" (ครึ่งนิ้ว) 12.70 มิล
5 หุน ⅝" 15.88 มิล
6 หุน ¾" 19.05 มิล
7 หุน ⅞" 22.23 มิล
8 หุน 1" 25.40 มิล
10 หุน 1 ¼" (1นิ้ว2หุน) 31.75 มิล
12 หุน 1 ½" (1นิ้วครึ่ง) 38.10 มิล
14 หุน 1 ¾" (1นิ้ว6หุน) 44.45 มิล
16 หุน 2" 50.80 มิล

ประโยชน์ของ ท่อพีวีซีประปา

ท่อน้ำชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย ทั้งเรื่องการใช้งานในการก่อสร้างและซ่อมแซม สามารถนำไปใช้งานในด้านงานต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้งานในด้านความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย โดยประโยชน์ของท่อพีวีซี มีดังนี้

1.สามารถนำไปใช้ในงานประปาและสุขาภิบาล เพราะผลิตมาจากเม็ดพลาสติกที่มีความแข็งแรง จึงทำให้ตัวท่อมีความเหนียว ไม่เปราะบาง แตกหักง่าย สามารถทนรับแรงดันน้ำได้ดี พร้อมทั้งยังทนทุกสภาพอากาศและมลภาวะ ได้อย่างดีเยี่ยม
2.จัดเป็นท่อที่มีความสะอาดสูง ปราศจากสารพิษอันตราย เพราะวัสดุที่ใช้ผลิตท่อเป็นแบบปลอดสารพิษ จึงมั่นใจได้เลยว่า ไม่มีสารพิษปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายของเราได้อย่างแน่นอน
3.นิยมใช้ในการไฟฟ้าและสายไฟ เพราะตัวท่อเป็นแบบกันฉนวน ไม่นำไฟฟ้าอย่างแน่นอน และเป็นท่อที่สามารถนำมาใช้กับสายไฟฟ้าได้โดยตรง มีให้ทั้งแบบเดินหลักสายเจาะผนัง และแบบเดินลอย ที่สามารถติดตั้งได้ทันที ไม่ต้องเจาะผนังให้ยุ่งยาก
4.นำไปใช้ได้กับทุกสายงาน อย่างเช่น งานท่อน้ำทิ้ง การใช้ท่อเพื่อกระจายน้ำ งานการเกษตร ที่จำเป็นต้องใช้ท่อน้ำที่ทนรับแรงดันน้ำได้ไม่สูงมาก
5.สามารถนำมาใช้สร้างสิ่งประดิษฐ์จากความคิดสร้างสรรค์ได้ อย่างเช่น กระถางต้นไม้จากท่อพีวีซี ฐานตั้งโน๊ตบุ๊ค ชั้นใส่ของ และโคมไฟจากท่อพีวีซี เป็นต้น

นอกจากท่อพีวีซี จะสามารถนำมาใช้งานในด้านงานก่อสร้างและซ่อมแซมได้แล้วนั้น ยังสามารถนำมาใช้สร้างผลงานสิ่งประดิษฐ์ได้อีกเพียบ เพราะท่อพีวีซีมีความแข็งแรงทนทาน ราคาไม่สูงมาก จึงทำให้เป็นท่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั่นเอง

ท่อพีวีซีประปา มีกี่คุณภาพชั้น

คุณภาพชั้น หรือ คลาส หมายถึง ระดับความหนาของท่อ ซึ่งบ่งบอกถึง แรงดันน้ำ สูงสุดที่ท่อสามารถรับได้ โดยแสดงเป็นตัวเลข เช่น 5, 8.5 และ 13.5

ท่อพีวีซีแบ่งออกเป็น 3 คุณภาพชั้น

1.ท่อ pvc ชั้น 5 เหมาะสำหรับ
– เป็นท่อบางเหมาะสำหรับงานที่มีแรงดันน้อย เช่นทำการเกษตร ท่อเกษตร หรือท่อทิ้งน้ำทิ้งในอาคาร
– มีแรงดันไม่สูงมาก
– รับแรงดันได้ 5 บาร์

2.ท่อ pvc ชั้น 8.5 เหมาะสำหรับ
– น้ำทิ้งที่มีแรงดันมากขึ้น งานสุขาภิบาล และการเกษตร
– งานที่ต้องฝังดิน ฝังผนัง
– รับแรงดันได้ 8.5 บาร์

3.ท่อ pvc ชั้น 13.5 เหมาะสำหรับ
– เป็นท่อที่มีความหนาที่สุด เหมาะสำหรับท่อที่มีแรงดันสูง น้ำดีภายในหรือภายนอกอาคาร ส่วนมากจะใช้เป็นท่อหลัก ท่อเมน หรือท่อประธาน
– งานที่ต้องรับแรงดันสูง เช่น โรงงาน สระว่ายน้ำ
– รับแรงดันได้ 13.5 บาร์

แล้วควรใช้ท่อคลาสไหนดี
ปั๊มน้ำอัตโนมัติที่ใช้งานตามบ้านพักอาศัย เกือบทั้งหมด แรงดันไม่เกิน 3 บาร์ เพราะฉะนั้นสามารถใช้ท่อ คุณภาพชั้น 5-8.5 ได้ สบายๆ
ท่อประปา PVC ส่วนมากมักจะมีปัญหาเรื่องแรงดันน้ำดัน ข้อต่อหลุดออกจากเส้นท่อ เนื่องจากการทากาวไม่มากพอ ใช้กาวคุณภาพต่ำ ใช้กาวผิดประเภท หรือสวมข้อต่อท่อไม่ลึกพอ ต่างหากเป็นงานที่ต้องรับแรงดันสูง ท่อเมน หรือท่อประธาน ก็ควรใช้ 13.5

เทคนิคต่อ ท่อพีวีซีประปา

การต่อท่อประปา แม้จะดูไม่ซับซ้อน แต่การจะต่อท่อให้ “สมบูรณ์แบบ ปราศจากปัญหารั่วซึม” นั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ เทคนิค และประสบการณ์
บทความนี้ มุ่งหวังที่จะถ่ายทอด “คู่มือการต่อท่อประปา” เน้นความเข้าใจมากกว่าประสบการณ์ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เริ่มต้นด้วยการแนะนำ “อุปกรณ์ที่จำเป็น” และ “ขั้นตอนการต่อท่อ” ดังนี้

อุปกรณ์ในการต่อท่อประปา

1.ท่อประปา ท่อชนิดนี้รู้จักกันดีในชื่อท่อ PVC (โพลิไวนิลคลอไรด์) คุณสมบัติสำคัญคือ มีความเหนียวยืดหยุ่น ทนต่อแรงดันน้ำ ทนต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นฉนวนนำไฟฟ้า ไม่เป็นวัสดุติดไฟ น้ำหนักเบา ราคาถูก คุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ นอกจากงานประปาแล้ว ยังถูกนำมาประยุกต์ใช้ทั้งในงานไฟฟ้า และงานอุตสาหกรรม

2.ข้อต่อท่อน้ำ ข้อต่อมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้งาน เช่น ข้อต่อตรงใช้ต่อความยาวท่อ ข้อต่อโค้งใช้เปลี่ยนทิศทางท่อ ข้อต่อลดหนาใช้ลดขนาดท่อ ปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบพื้นที่ในการวางท่อ

3.น้ำยาประสานท่อ หรือที่รู้จักกันในชื่อกาวทาท่อ มีคุณสมบัติละลายเนื้อท่อพีวีซีให้ประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้สำหรับการทาท่อก่อนประสานท่อเข้าด้วยกัน

4.กรรไกรตัดท่อพีวีซี หรือเลื่อยตัดเหล็ก อุปกรณ์ทั้ง 2 ชิ้นนี้คืออุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดท่อ โดยกรรไกรจะมีความสะดวกกว่าในการใช้งาน แม่นยำกว่า เรียบเนียน ปลายท่อที่ตัดไม่เป็นขุ่ย ทำให้ประหยัดเวลาในการทำงาน แต่สามารถตัดท่อได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถใช้งานได้หลากหลายเหมือนเลื่อยตัดเหล็ก

5.ตัวยึดท่อ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมความเรียบร้อยในการจัดเก็บท่อให้ดูเป็นระเบียบมากขึ้น ทำหน้าที่ยึดท่อให้ติดอยู่กับผนัง ไม่ขยับหรือหลุดในระหว่างการใช้งาน โดยมีให้เลือกทั้งแบบโลหะ และแบบ PVC

เทคนิคในการต่อท่อประปา

1.ต่อท่อ PVC กับข้อต่อให้ได้ความลึก 2.5 เซนติเมตร ท่อประปา PVC ที่สอดเข้าไปในข้อต่อ ต้องมีความลึกไม่น้อยกว่า 2.5 เซนติเมตร เป็นระยะที่แน่นที่สุด หากไม่ถึงระยะนี้จะมีโอกาศรั่วซึมค่อนข้างสูง อาจจะทำการวัดให้ได้ 2.5 เซนติเมตร ก่อนสอดท่อ จะได้กะระยะได้ถูกหลังจากสอดท่อเข้าไปในข้อต่อแล้ว

2.ขัดปลายท่อประปาด้วยกระดาษทรายหรือตะไบ ถ้าตัดท่อด้วยกรรไกรตัดท่อ ปลายท่อจะค่อนข้างเรียบ แต่ถ้าตัดด้วยเลื่อยตัดเหล็กปลายท่อจะเป็นขุย ซึ่งจำเป็นต้องขัดปลายท่อให้มนด้วยการใช้ตะไบ หรือกระดาษทรายหยาบ ขุยที่ปลายท่อประปาจะได้ไม่ไปขัดขวางทางน้ำ และจะทำให้ปลายท่อที่สอดเข้าไปแน่นขึ้นด้วย

3.ทากาวหรือน้ำยาประสานท่อที่ปลายท่อประปา การทากาวควรทาที่ปลายท่อประปาด้านนอกเท่านั้น ไม่ทาที่ภายในข้อต่อ เพราะเมื่อถึงเวลาต่อท่อ ปลายท่อจะถูกข้อต่อดันกาวออก กาวที่ทาไว้จะไม่หลุดเข้าไปในท่อ หลีกเลี่ยงปัญหาน้ำประปาอุดตันในอนาคตที่เกิดจากคราบกาว

4.ดันท่อประปาเข้าหากันอย่างน้อย 10 วินาที เมื่อต่อท่อประปาหลังจากทากาวเรียบร้อยแล้ว ให้ดันท่อทั้งสองด้านเข้าหากันให้แน่น และค้างไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 10 วินาที ถึงค่อยปล่อยมือออก จะช่วยลดปัญหารั่วซึมได้ดีมากยิ่งขึ้น

5.ทำการทดสอบก่อนใช้งาน หลังจากต่อท่อประปาเรียบร้อยทุกจุด ให้ทดสอบด้วยการเปิดน้ำให้ไหลเข้าสู่ภายในท่อ หลังจากนั้นให้เช็ดมือให้แห้งที่สุด แล้วลูบไปตามท่อประปา PVC ที่เพิ่งต่อ ตั้งแต่ต้นทางไปยังปลายทาง เป็นการเช็คครั้งสุดท้ายก่อนใช้งานจริง

ท่อ PVC แต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร​

ท่อพีวีซีเป็นท่อที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพีวีซี (PVC หรือ โพลิไวนิลคลอไรด์) และถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนท่อเหล็กที่มีราคาสูง ท่อพีวีซีสามารถนำมาใช้ในหลายประเภทของงาน ไม่ว่าจะเป็นงานประปา งานไฟฟ้า หรืองานการเกษตร คุณสมบัติของท่อพีวีซีคือมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็ก ไม่เป็นสนิม ปลอดภัย ทนต่อการกัดกร่อนจากกรดและด่าง วัสดุที่ใช้ผลิตเป็นฉนวนกันไฟฟ้า ไม่ลุกลามไฟ และมีผิวที่เรียบลื่น ท่อพีวีซีจะถูกแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาและสีของท่อ ดังนี้

ท่อพีวีซี(PVC) ท่อประปา
ท่อพีวีซี สีฟ้า (ท่อประปา)

ท่อพีวีซีสีฟ้า เหมาะสำหรับใช้งานในหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นท่อน้ำดื่ม ท่อรับความดัน หรือท่อระบายน้ำ ท่อพีวีซีสีฟ้าที่ผลิตในประเทศไทยมีมาตรฐาน มอก.17 และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄2 นิ้ว จนถึง 24 นิ้ว ท่อพีวีซีแบ่งเป็น 3 ระดับคุณภาพ ตามความดันที่กำหนดให้สำหรับใช้งาน (working pressure) ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ดังนี้

– PVC 5 รับความดันได้สูงสุด 0.5 เมกะพาสคัล
– PVC 8.5 รับความดันได้สูงสุด 0.85 เมกะพาสคัล
– PVC 13.5 รับความดันได้สูงสุด 1.35 เมกะพาสคัล

โดยที่ 1 เมกะพาสคัลเท่ากับ 9.87 ความดันบรรยากาศ 10.20 ก.ก./ตร.ซม. หรือ 145.04 ปอนด์ / ตร.นิ้ว 101.97 ความสูงของน้ำหน่วย ม.

ท่อพีวีซี ไฟฟ้า
ท่อพีวีซี สีเหลือง (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีเหลือง เหมาะสำหรับใช้งานเป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าและท่อร้อยสายโทรศัพท์ ที่ผลิตตามมาตรฐานมอก.216 มีระดับคุณภาพที่แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1,2 และ3 โดยประเภทที่ 1 มีความหนามากที่สุด และประเภทที่ 3 มีความหนาน้อยที่สุด ท่อพีวีซีเน้นในเรื่องความเป็นฉนวนไฟฟ้า ทำให้เหมาะสำหรับใช้ในงานร้อยสายในที่ร่ม มีขนาดตั้งแต่ 3/8 นิ้ว จนถึง 4 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเหลืองประเภทที่ 1 มีราคาใกล้เคียงกับท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5

ท่อพีวีซี งานสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ JIS
ท่อพีวีซี สีขาว (ท่อระบบไฟฟ้า)

ท่อพีวีซีสีขาวมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าท่อพีวีซีสีเหลือง โดยสามารถทนต่อรังสี UV ได้ เนื่องจากเนื้อท่อเป็นพลาสติก UPVC และสามารถดัดเย็นท่อได้มากกว่า 90 องศา โดยการดัดท่อจะใส่แท่งที่มีลักษณะคล้ายสปริงลงไปในท่อ เพื่อให้เป็นแกนในการดัดท่อให้โค้งงอตามต้องการ ท่อพีวีซีสีขาวยังสะดวกในการทาสีทับมากกว่าสีเหลือง ทำให้ท่อพีวีซีสีขาวเป็นท่อร้อยสายที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งานมากกว่า แต่ท่อสีขาวมีราคาสูงกว่าท่อสีเหลือง โดยประมาณ 25-50%

ท่อพีวีซีสีขาวนิยมใช้งานในสองมาตรฐานดังนี้
1. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน JIS (เกลียว นิ้ว, เกลียวหุน) เนื่องจากมีขนาดท่อเท่ากับท่อพีวีซีประปาสีฟ้าและไฟฟ้าสีเหลือง
2. ท่อพีวีซีสีขาวมาตรฐาน BS (เกลียว มม.)

ท่อพีวีซี ท่อการเกษตร ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา ท่อพีวีซีเกษตร สีเทา
ท่อพีวีซี สีเทา (ท่องานเกษตร)

ท่อพีวีซีสีเทาเหมาะสำหรับงานเกษตรกรรมและงานท่อน้ำที่รับแรงดันต่ำ แม้ว่าท่อสีเทาจะไม่มีมาตรฐาน มอก. มารับรอง แต่มีระดับคุณภาพเดียว คือ PVC 5A ซึ่งมีคุณภาพต่ำกว่า PVC 5 ของท่อประปาสีฟ้า ท่อชนิดนี้จะมีตราประทับสีแดงอยู่บนท่อ และมีขนาดตั้งแต่ 1⁄4 นิ้วจนถึง 5 นิ้ว ท่อพีวีซีสีเทาสำหรับงานเกษตรกรรมระดับคุณภาพ 5A มีราคาถูกกว่าท่อพีวีซีสีฟ้าระดับคุณภาพ 13.5 โดยประมาณครึ่งหนึ่ง

ทั้งนี้ ท่อพีวีซีสีเทายังมีอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับใช้เป็นท่อส่งสารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรม ท่อระบายน้ำทิ้ง และท่อในงานชลประทาน ซึ่งผลิตตามมาตรฐาน มอก.999 มีขนาดและระดับคุณภาพเหมือนกับท่อพีวีซีสีฟ้า

ท่อพีวีซี สีเขียว (ท่อประปาน้ำร้อน)

ท่อพีวีซีเสีเขียว หมาะสำหรับใช้งานในการประปาน้ำร้อน เช่น งานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องทำน้ำร้อนในบ้านหรืออพาร์ทเมนต์ ซึ่งมักจะนิยมในต่างประเทศหรือโรงแรมขนาดใหญ่ ท่อพีวีซีสามารถทนแรงดันได้สูงสุด 20 บาร์ และผลิตจากพีวีซีที่มีคุณภาพสูงกว่าท่อประปาทั่วไป (พลาสติก พีพีอาร์) ทำให้สามารถทนต่อความร้อนได้สูงสุด 95 องศาเซลเซียส โดยท่อจะไม่เสียหายหรือมีมารตกค้างมากับน้ำ ท่อพีวีซีสามารถใช้ทั้งในงานอุปโภคและบริโภค และสามารถรักษาอุณหภูมิของน้ำได้ดีกว่าท่อเหล็ก ท่อพีวีซีมีขนาดตั้งแต่ 1/2 นิ้ว จนถึง 6 นิ้ว และมีความหนา 2 ประเภท คือ SDR 11 (PN 10) และ SDR 6 (PN 20)

ท่อ PE ท่อการเกษตร
ท่อพีวีซี ท่อดำ (ท่องานเกษตร)

ท่อ PE คือท่อที่ผลิตมาจาก Polyethylene หรือ ที่เรียกกันทั่วไปว่าท่อดำ เนื่องจากมีสีดำ มีความหนาแน่นสูงผิวสัมผัสภายในตัวท่อมีความลื่นและมัน ทำให้สามารถใช้งานเป็นได้ทั้งท่อประปาและท่อไฟฟ้า มีความยืดหยุ่นสูง ในปัจจุบันได้มีการผลิตท่อPE หลายมาตรฐาน แบ่งแยกไปตามการใช้งานประเภทต่างๆ โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก
1.ท่อสำหรับงานแรงดันต่ำ
2.ท่อสำหรับงานรับแรงดันสูง
ซึ่งจะแยกย่อยไปอีกตามค่า PN (ความสามารถในการรับแรงดันท่อ) และ PE (ความแข็งแรงของการรับน้ำหนักของท่อ) ซึ่งจะต้องระบุให้ถูกต้อตามการใช้งาน ซึ่งโดยส่วนมากจะนิยมใช้กันนอกอาคาร