ถังดักขยะ

        ถังดักขยะ ถังดักไขมัน หรือ บ่อดักไขมัน ช่วยในการดักจับไขมันจากท่อน้ำทิ้งภายในบ้านทั้งหมด เพื่อแยกส่วนไขมันและขยะออกจากน้ำ ก่อนทิ้งสู่สาธารณะ  ติดตามข้อมูลดีๆ ได้ที่ เพจคลังกระเบื้อง จัดส่งทั่วประเทศ

เลือกสินค้า

บ่อดักไขมัน
ถังขยะฝังกำแพง
DOS EXTRA SERIES

สีเทา

ขนาด 40, 60 ลิตร

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน
ถังขยะฝังกำแพง
DOS GOLD GABAGE

สีเทา

ขนาด 60,120,200 ลิตร

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน

บ่อดักไขมัน
ถังดักไขมัน
DOS CENTURY

สีดำ GT-03/BK

ขนาด 10P, 50P, 120P

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน
ถังดักไขมัน
DOS CENTURY (ใต้ดิน)

สีดำ GT-04/BK

ขนาด 10P

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน
ถังดักไขมัน
DOS G-TEK

สี Stone Gray GT-50/GY

ขนาด 15L, 40L

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน
ถังดักไขมัน
DOS D-SURE

รหัส D-SU15 / D-SU40

ขนาด 15 ลิตร

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน
ถังดักไขมัน
DOS G-TEK (ใต้ดิน)

สีดำ GT-09/BK

ขนาด 30, 40 ลิตร

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน
ถังดักไขมัน
DOS GREASE TRAP

สีดำ GT-01/BK

ขนาด 50, 90, 140 ลิตร

UPDATE : 12/66

บ่อดักไขมัน
ถังดักไขมัน
DOS GREASE TRAP (ใต้ดิน)

สีดำ GT-02/BK

ขนาด 50, 90, 140 ลิตร

UPDATE : 12/66

มาทำความรู้จัก บ่อดักไขมัน

ถังดักไขมัน หรือ บ่อดักไขมัน ช่วยในการดักจับไขมันจากท่อน้ำทิ้งภายในบ้านทั้งหมด เพื่อแยกส่วนไขมันและขยะออกจากน้ำ ก่อนทิ้งสู่สาธารณะ  สามารถแบ่งถังดักไขมันออกได้เป็น 2 ประเภท โดยการเลือกใช้ในแต่ละแบบควรคำนึงถึง พื้นที่ในการติดตั้งเป็นหลัก

1. ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น
– เหมาะกับสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม หอพัก หรือทาวน์โฮม
– ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย ติดตั้งง่าย เพียงต่อท่อระบายน้ำจากอ่างล้างจานเข้ากับถัง
– ดูแลง่าย ใช้งานง่าย

2. ถังดักไขมันแบบฝัง
– เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่กว้าง
– มีขนาดค่อนข้างใหญ่
– ติดตั้งยากกว่าแบบตั้งพื้น เพราะต้องขุดดินเพื่อฝังถัง
– ต้องออกแบบระบบเชื่อมต่อท่อระบายน้ำพร้อมอ่างล้างจาน
– ดูแลรักษายาก เพราะตัวถังถูกฝังอยู่ใต้ดิน

ทำไมแต่ละบ้านจึงควรมี บ่อดักไขมัน

ถังดักไขมันเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่ดักจับไขมันจากน้ำทิ้งภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำที่ใช้จากการอาบน้ำหรือล้างจาน ไขมันเหล่านี้หากปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะโดยตรง จะส่งผลเสียหลายประการ ดังนี้
– ไขมันจะสะสมในท่อจนเกิดการอุดตัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำและอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขัง
– ไขมันเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ แก่ผู้อยู่อาศัย
– ไขมันที่สะสมในท่อจะย่อยสลายและส่งกลิ่นเหม็นรบกวน
ดังนั้น การติดตั้งถังดักไขมันภายในบ้านจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันปัญหาน้ำทิ้งอุดตัน ป้องกันการเกิดโรค และลดกลิ่นเหม็น

4ข้อดีของการมีถังดักไขมันใต้ซิงค์ล้างจาน

1. ดักกรองเศษอาหาร ที่มาจากซิงค์ล้างจาน ทำให้ท่อไม่อุดตัน
2. ลดกลิ่น ที่เกิดจากการหมักหมมของเศษอาหารในท่อน้ำ
3. ปรับคุณภาพน้ำทิ้ง ทำให้น้ำทิ้งที่ปล่อยออกมามีคุณภาพดีขึ้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4. ง่ายต่อการดูแลรักษา เพียงแค่นำขยะหรือเศษอาหารในตะแกรงออกไปทิ้ง

วิธีเลือกซื้อ บ่อดักไขมัน

พื้นที่สำหรับติดตั้ง
– บ้านที่มีพื้นที่กว้างขวาง สามารถเลือกใช้ถังดักไขมันแบบฝังดินได้
– บ้านที่มีพื้นที่จำกัด ควรเลือกใช้ถังดักไขมันแบบตั้งพื้น

จำนวนสมาชิกในบ้าน
– บ้านที่มีสมาชิกไม่เกิน 5 คน ควรเลือกใช้ถังดักไขมันขนาด 15 ลิตร
– บ้านที่มีสมาชิกมากกว่า 5 คน ควรเลือกใช้ถังดักไขมันขนาด 30 ลิตรขึ้นไป

วัสดุ
– ควรเลือกวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน

ระบบซีลกลิ่น
– ถังดักไขมันควรมีระบบซีลกลิ่นที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์

ส่วนประกอบ ควรเลือกถังดักไขมันที่มีส่วนประกอบครบถ้วน ประกอบด้วย
– ตะแกรงดักเศษอาหาร ทำหน้าที่กรองเศษอาหารจากท่อน้ำ
– ช่องแยกไขมัน แยกน้ำและไขมันออกจากกัน น้ำอยู่ด้านล่าง ไขมันลอยตัวอยู่ด้านบน
– ท่อระบายไขมัน ระบายไขมันที่ลอยตัวอยู่เหนือน้ำ ติดตั้งไว้สูงกว่าระดับท่อน้ำทิ้ง
– ท่อระบายน้ำทิ้ง ระบายน้ำที่ผ่านการแยกไขมันแล้ว ทิ้งลงสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะ

วิธีติดตั้ง บ่อดักไขมัน

แบบตั้งพื้น (บนดิน)

ถังดักไขมันรูปแบบนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากที่อยู่อาศัยของคนส่วนใหญ่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโด หรือห้องพักขนาดเล็กๆ ถังดักไขมันแบบตั้งพื้นจึงตอบโจทย์เรื่องพื้นที่ที่จำกัด ด้วยความที่ติดตั้งง่าย ประสิทธิภาพในการดักจับไขมันทำได้ดี รวมถึงดูแลรักษาไม่ยาก มักเห็นในลักษณะของถังดักไขมันใต้ซิงค์โดยมีขั้นตอนการติดตั้งดังนี้
– เลือกขนาดตามจำนวนคนใช้งานในบ้าน
– เลือกตำแหน่งในการติดตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะติดตั้งถังดักไขมันใต้ซิงค์ หรือบริเวณใต้อ่างล้างจาน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมและพรางสายตาเพื่อความสวยงามได้
– เชื่อมต่อท่อน้ำทิ้งจากซิงค์ล้างจานกับถังดักไขมัน
– เชื่อมต่อท่อระบายน้ำทิ้งจากตัวถัง เข้ากับท่อระบายน้ำทิ้งของห้องพักหรือบ้าน

วิธีการดูแลรักษา
– ตรวจสอบปริมาณไขมันในถังดักจับไขมันเป็นระยะ เมื่อมีปริมาณมากขึ้น กำจัดไขมันด้วยการตักไขมันทิ้ง

แบบฝังดิน

มีขั้นตอนการติดตั้งตามชื่อเรียกเลย จะมีขั้นตอนการติดตั้งมากกว่าแบบบนดิน เนื่องจากเหมาะกับที่พักอาศัยที่มีพื้นที่ การติดตั้งจึงขุดฝังไว้ใต้ดินพื้นที่นอกตัวบ้าน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ต่างๆ นิยมกันอีกด้วย ซึ่งหากเป็นมือใหม่ใช้งาน แนะนำเลือกเป็นถังดักไขมันแบบสำเร็จรูปจะดีกว่า เพราะข้อดีคือความสะดวกในการติดตั้งเนื่องจากตัวถังมีอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมให้งาน เพียงติดตั้งเข้ากับท่อน้ำทิ้งของตัวบ้านก็ใช้ได้ทันที โดยมีขั้นตอนดังนี้
– เลือกซื้อถังดักไขมันสำเร็จรูปตามขนาดที่ต้องการใช้งาน
– ขุดหลุมดิน โดยให้มีขนาดกว้างและลึกมากกว่าบ่อเล็กน้อย (กรณีฝังดินหากต้องการติดตั้งให้ใช้งานได้ระยะยาว ควรเทคอนกรีตรองก้นถัง หรือเทตีกล่อง จะป้องกันการทรุดตัวของดินและน้ำท่วมที่จะไหลซึมเข้าถังกรณีน้ำท่วมมิดถัง)
– ติดตั้งถังดักไขมันสำเร็จรูปเข้ากับท่อน้ำทิ้งภายในบ้าน (ท่อน้ำทิ้งขาเข้า)
– เชื่อมท่อระบายน้ำที่จะผ่านการดักจับไขมัน เข้ากับท่อน้ำทิ้งสาธารณะ

วิธีการดูแลรักษา
– ตรวจสอบความพร้อมในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นฝาถังหรือตัวถัง และคอยตักไขมันทิ้งเมื่อมีการสะสมในปริมาณที่มากขึ้น

วิธีตรวจสอบ และดูแลรักษา บ่อดักไขมัน

วิธีตรวจสอบ

– ดูสภาพฝาบ่อว่ามีการชำรุด แตก บิ่นไหม
– ทดลองเปิด ปิดฝาบ่อ
– สภาพภายในบ่อต้องอยู่ในสภาพปกติ
– แผ่นตะแกรงดักไขมันต้องไม่หลุด หรือแตก
– ตรวจสอบว่ามีตะแกรงดักเศษอาหารหรือไม่
– เปิดน้ำให้เข้าถัง ทดสอบการรั่วซึม ลองเปิดน้ำทิ้งไว้แล้วมาดูที่บ่อดักไขมัน ถ้าน้ำไหลลงมาที่บ่อให้เปิดทิ้งไว้จนเต็ม ดูว่าน้ำล้นออกที่รูน้ำล้นไหม ถ้าไหลออกให้ปิดน้ำแล้วสังเกตว่าน้ำลดลงหรือไม่ หากน้ำลดลงเรื่อยๆ แสดงว่าถังเกิดการรั่วหรือแตก

วิธีการดูแลรักษา

– สำหรับวิธีการดูแลรักษาทำได้ไม่ยาก โดยตักเศษอาหารในตะแกรงไปทิ้งเป็นประจำทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
– ควรตักไขมันที่ลอยอยู่เหนือน้ำออกทุกสัปดาห์
– ล้างถังดักไขมันปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีพร้อมกับช่วยลดกลิ่นเหม็นจากการเน่าเสียสะสมไปด้วยในตัว